Netflix หุ้น Underdog จากบริษัทที่แทบจะมองว่าจะโตเป็นอะไร ตอนนี้สร้างดีลใหญ่ที่สุดของวงการสตรีมมิง หนึ่งในหุ้น '1000 เด้ง' ของ ’เซียนมี่‘
จากข่าวล่าสุดที่ "เน็ตฟลิกซ์" (Netflix) ประกาศปิดดีลครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการเข้าซื้อธุรกิจภาพยนตร์และสตรีมมิงของ Warner Bros Discovery มูลค่า 72,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท และเป็นการชนะคู่แข่งอีก 2 แห่งที่ยื่นข้อเสนอซื้อ Warner Bros Discovery เหมือนกัน อย่าง Comcast และ Paramount Skydance
สิ่งที่น่าสนใจคือ ดีลครั้งนี้จะทำให้ Netflix เข้าถึงคลังความบันเทิงหลายเรื่องของ Warner Bros ที่มีหนังเรื่องดังๆ อยู่ในมือหลายเรื่องมากๆ ทั้ง Harry potter, Hanna-Barbera, Batman , Game of Thrones และอีกหลายๆเรื่อง ซึ่งจะทำให้อาณาจักรสตรีมมิงของ Netflix ยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ
จุดเริ่มต้น Netflix สู่บริษัท 4 แสนล้าน
แต่ทว่า ก่อนหน้านี้แทบไม่มีใครมอง ธุรกิจ Netflix ออกเลยว่าธุรกิจจะโตมาแบบไหน?
ธิวา ชินธาดาพงศ์ นายกสมาคมนักลงทุน (ประเทศไทย) หรือ “เซียนมี่” พูดในงาน Thailand Blockchain Week 2025 เมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า หุ้น Netflix เป็นหนึ่งในหุ้น Underdog ซึ่ง “ผมชอบมองหาหุ้น Underdog” คือ ซึ่งหมายถึงหุ้นที่ในขณะนั้นยังมองไม่ออกว่าจะมีอนาคต แต่ในวันหนึ่งจะสามารถเติบโตจนยิ่งใหญ่มาก
หากย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของ Netflix ในตลาดหุ้น (IPO) เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2545 ตอนนั้น Netflix มีรูปแบบธุรกิจหลักคือ การส่งดีวีดีทางไปรษณีย์ ให้กับสมาชิก ซึ่ง ณ เวลานั้นมีสมาชิกอยู่ประมาณ 600,000 คน
เมื่อ Netflix เสนอขายหุ้น IPO บริษัทมี มูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ แต่ตอนนี้ปัจจุบัน Netflix เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด เป็นผู้นำระดับโลกด้านความบันเทิงออนไลน์ มีมูลค่าตลาดทะลุ 4 แสนล้านดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อย
หุ้น Underdog ต้องมองให้ขาด ก่อนเข้าตลาด
ในมุมมองของ “เซียนมี่” ต่อการเลือกหุ้น "Underdog" คือเน้นการมองหาบริษัทที่ยังไม่มีใครเห็นศักยภาพที่แท้จริง เพื่อให้ได้ผลตอบแทนในระดับที่ “สูงมาก” หรือ หุ้น 100 เด้ง 1,000 เด้ง โดยต้องเข้าไปดู ศึกษาธุรกิจขนาดเล็กที่มีโอกาสโต ซึ่งเลือกโดยมองเห็นอนาคตที่ยังไม่ชัดเจนในปัจจุบัน
"ทริกง่ายๆ อย่างนึงในการหาหุ้น 100 เด้ง หรือ 1,000 เด้ง คุณต้องลงทุนในจังหวะที่บริษัทนั้นยังไม่มีชื่อเสียง เพราะหากบริษัทนั้น ๆ เข้าสู่ตลาดหุ้นและมีชื่อเสียงแล้ว โอกาสในการลงทุนจะน้อยลงไปเรื่อย ๆ เช่น ถ้าลงทุนตอนเข้าตลาดหุ้นไปแล้ว อาจจะเหลือโอกาสแค่ 10 เด้ง แทนที่จะเป็น 100 เด้ง"
เซียนมี่ ยกตัวอย่างเช่น Netflix ซึ่งเป็นหุ้นที่เติบโตเป็น 1,000 เด้ง แต่หากย้อนกลับไปตอนแรก ๆ คุณจะมองไม่ออกเลยว่ามันจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้
“เหมือนกับการไปจีบดาราหรือศิลปินดังในอนาคต เช่น นิชคุณ ในช่วงที่เขายังยืนกินอาหารอยู่ริมถนนและยังไม่มีชื่อเสียง แต่เรามองเห็น "ทรง" หรือศักยภาพว่าวันหนึ่งเขาจะรวยและยิ่งใหญ่ มองหาว่าใครว่ะที่มันดูทรงแล้วมันจะรวยขึ้น“
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อ 4 ปีที่แล้วเซียนมี่เลือกถือหุ้นเสียวหมี่ (Xiaomi) เพราะเขามองเห็นว่าเล่ย จุน (Lei Jun) ซึ่งเป็น CEO ของบริษัท "ดูน่าจะเก่ง" และเชื่อว่าสักวันหนึ่งเขาจะรวยมาก
ดังนั้น หัวใจสำคัญของ การเลือกหุ้น Underdog ของเซียนมี่คือการใช้สายตาของ "นักเลือก" เพื่อหาธุรกิจที่มีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ ในตอนที่ธุรกิจที่ยังเล็กและคนอื่นประเมินค่าต่ำไป ณ วันนี้ อย่างเช่นหุ้น Netflix ที่กำลังจะได้รับมรดกก้อนโตจากดีลประวัติศาสตร์ของ Warner Bros





