วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

WHA ลั่นยอดขายพุ่ง ไตรมาส 4 ‘โอนที่ดิน-ขายสินทรัพย์เข้ากองรีท’

WHA ลั่นยอดขายพุ่ง  ไตรมาส 4 ‘โอนที่ดิน-ขายสินทรัพย์เข้ากองรีท’

WHA เดินหน้าสู่เป้าหมายปี 68 ผลดำเนินงานเติบโตแรง “รายได้-ส่วนแบ่งกำไร” ตั้งเป้าแตะ 20,000 ล้านบาท โต 35% พร้อมรักษา “อีบิทดา” เกิน 45%

นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า บริษัทยังมุ่งรักษาเป้าหมายการเติบโตในปี 2568 มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรแตะ 20,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 35% จากปีก่อน 14,303 ล้านบาท และมี EBITDA Margin รักษาไว้ที่มากกว่า 45% ขณะที่หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (NET IBD/E) ไม่เกิน 1.2 เท่า จากผลประกอบการ 9 เดือนแรกปีนี้โตต่อเนื่อง

ทั้งนี้ คาดแนวโน้ม ไตรมาส 4 ปีนี้จะมีการโอนที่ดินและขายทรัพย์สินเข้ากองรีทจำนวนมาก โดยบริษัทยังมุ่งเน้นการขยายธุรกิจทั้ง 5 กลุ่ม เนื่องจากทุกส่วนมีโอกาสและแนวโน้มที่ดีทั้งจากความคืบหน้าเจรจาลูกค้า Data Center รายใหม่ ซึ่งยังมีลูกค้าจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าบริษัทจะประกาศข่าวใหญ่ในไม่ช้า

WHA ลั่นยอดขายพุ่ง  ไตรมาส 4 ‘โอนที่ดิน-ขายสินทรัพย์เข้ากองรีท’

นอกจากนี้ แผนธุรกิจปี 2569 คาดจะมีประกาศเป้าหมายออกมาในช่วงต้นปีหน้า แต่ภาพรวมบริษัทยังคงมีการขยายธุรกิจทั้ง 5 กลุ่มอย่างต่อเนื่อง และทุกกลุ่มธุรกิจยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี พร้อมกันนี้ด้านความร่วมมือกับพันธมิตรในอนาคต บริษัทกำลังมองหาพันธมิตรในหลายรูปแบบ ทั้งการร่วมลงทุนและสร้างเครือข่าย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแต่ละกลุ่มธุรกิจ

“เรามองว่าการเติบโตของนิคมฯ ในไทย ยังมีศักยภาพสูงมากจากการดึงดูด FDI ด้วย “จุดเด่น” ด้าน Strategic Location, Infrastructure (น้ำ, ไฟ, โทรคมนาคม) โดยเฉพาะจาก Data Center, Supply Chain ที่แข็งแกร่ง, Skilled Workforce, Incentive Package, และกฎระเบียบที่มั่นคง”

นายณัฐพรรษ กล่าวต่อว่า สำหรับปีนี้ “ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม” ยังคงเป้ายอดขายที่ดิน 2,350 ไร่ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม คาดว่ามูลค่าสัญญาจะสูงกว่าปีก่อนหน้า 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 11,443 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยต่อไร่ที่เพิ่มขึ้น หลังจากในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มียอดขายแล้วประมาณ 1,258 ไร่ และมียอดโอนรวม 1,363 ไร่ ซึ่งมั่นใจว่ายอดขายที่ดินที่ขาดอยู่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ จะทยอยเข้ามาในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ได้อย่างแน่นอน

ขณะที่ ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ (Backlog) รอโอนอยู่จำนวน 1,400 ไร่ และมีกลุ่มที่เซ็นสัญญาหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) /บันทึกแสดงความเข้าใจ (MOU) แล้วอีก 1,800 ไร่ อย่างไรก็ตามการบันทึกเป็นรายได้จะรับรู้ต่อเมื่อมีการโอนที่ดิน ส่วนภาพรวมบริษัทมีที่ดินสะสมรวม 88,800 ไร่ และมี Land Bank ประมาณ 14,840 ไร่ โดยมีนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 15 แห่ง และมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาอีก 2 แห่ง รวมถึงมีโครงการที่กำลัง Expansion เพิ่มอีก 2 แห่ง ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม

ในส่วน “ธุรกิจโลจิสติกส์” วางเป้าหมายโครงการใหม่ปีนี้ 200,000 ตารางเมตร และการขายทรัพย์สินเข้ากองทุน (Asset Monetization) 70,000 ตารางเมตร โอนชุดแรกไปแล้ว 32,524 ตารางเมตร มูลค่า 808 ล้านบาท (เดือน พ.ค.) ชุดที่สอง 31,922 ตารางเมตร มูลค่า 769 ล้านบาท คาดภายในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ และธุรกิจโมบิวลิตี้ ขยายรถเช่า 539 คัน และจุดชาร์จ 53 จุด

ทางด้าน “ธุรกิจน้ำ” คาดความต้องการน้ำจาก Data Center เซ็นสัญญาแล้ว 28 ล้าน ลบ.ม. (ณ สิ้นไตรมาส 3/2568) อยู่ระหว่างเจรจา 17-29 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณรวมใกล้ 60 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเทียบเท่าประมาณครึ่งหนึ่งของยอดขายน้ำรวมในไทยของ WHAUP ในปี 2567 (120 ล้าน ลบ.ม.) เป็นโอกาส “สร้างรายได้ประจำ” ขนาดใหญ่ และสร้างรายได้จาก Excessive Charge

นอกจากนี้ “ธุรกิจไฟฟ้า” ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม (Secure PPA) 998 เมกะวัตต์ COD แล้ว 709 เมกะวัตต์ (พลังงานหมุนเวียน 158 เมกะวัตต์, แบบดั้งเดิม 528 เมกะวัตต์) อยู่ระหว่างพัฒนา (พลังงานหมุนเวียน) 289 เมกะวัตต์ สำหรับ พลังงานหมุนเวียน (Renewable) COD เพิ่ม 4 เมกะวัตต์ ในไตรมาส 3 เซ็น PPA ใหม่ 6 เมกะวัตต์ มีโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จกว่า 100 เมกะวัตต์ ที่รอการอนุมัติใบอนุญาตจากภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนขึ้นเร็วๆ นี้

ส่วน “Data Center” ช่วงแรกใช้ไฟฟ้าจาก Grid (กฟผ.) ในระยะยาวมีเป้าหมายใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากที่สุด ซึ่งทาง WHAUP จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา Renewable Energy เพื่อรองรับความต้องการนี้ ทั้งแบบ Direct PPA ของภาครัฐ และ Direct Wire PPA กับลูกค้า

และ “ธุรกิจดิจิทัล” ถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีของกลุ่มบริษัท Mobilliz Platform เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว และ WHA SuperApp เพิ่มฟีเจอร์ Carbon Accounting Platform นอกจากนี้ การซื้อ WHA IER เป็นการตัดสินใจซื้อจากพาร์ตเนอร์ที่มีเจตนาจะขาย โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก มีที่ดินเหลือประมาณ 400-500 ไร่ (ครึ่งหนึ่งเซ็นสัญญาซื้อขายแล้ว) และทำเลมีศักยภาพสูง