วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 4.24 จุด 'รีบาวด์' ตามตลาดโลก คาดเฟดลดดอกเบี้ย หนุนสินทรัพย์เสี่ยง

หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 4.24 จุด 'รีบาวด์' ตามตลาดโลก คาดเฟดลดดอกเบี้ย หนุนสินทรัพย์เสี่ยง

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 26 พ.ย.68 เปิดตลาดปรับเพิ่มขึ้น 4.24 จุด หรือ 0.33% อยู่ที่ 1,273.02 จุด มูลค่าการซื้อขาย 2,721.08 ล้านบาท
 

หุ้นไทยเช้านี้เปิดบวก 4.24 จุด 'รีบาวด์' ตามตลาดโลก คาดเฟดลดดอกเบี้ย หนุนสินทรัพย์เสี่ยง

ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเช้านี้รีบาวด์ มากขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นโลก ซึ่งภาพรวมของตลาดในฝั่งสหรัฐฯ และเอเชียส่วนใหญ่เป็นไปในโทนที่เป็นบวก เนื่องจากมีเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น 

โดยภาพรวมที่เป็นบวกสะท้อนจากปัจจัยสำคัญหลายประการในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกิดกระแสความคาดหวังจากข่าวที่ว่า เควิน แฮสเซ็ตต์  ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติทำเนียบขาว และที่ปรึกษาประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจมีโอกาสได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตัวเลข Retail Salesที่ประกาศออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งปัจจัยทั้งสองส่วนนี้ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันทำให้ บอนด์ยิลด์ 10 ปี ของสหรัฐฯ ลดต่ำลงมา โดยเคลื่อนไหวอยู่บริเวณใกล้เคียงกับ 4% หรือบางช่วงเวลาต่ำกว่า 4% 

"การลดลงของบอนด์ยีลด์ ร่วมกับกระแสความคาดหวังลดดอกเบี้ยที่มีมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการหนุนนำให้เม็ดเงินมีทิศทางวิ่งเข้าสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นทั้งในฝั่งสหรัฐฯ และตลาดหุ้นไทยที่คาดว่าจะมีโอกาสรีบาวด์ได้"

สำหรับกลยุทธการลงทุน แม้ว่าในส่วนของตลาดหุ้นไทยอาจมีปัจจัยอย่างเรื่องน้ำท่วมเข้ามากดดันอยู่บ้าง แต่โดยรวมยังสามารถขยับขึ้นได้ โดยการเลือกหุ้นเด่นในวันนี้คือการเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เพื่อรับการเก็งกำไรจากมาตรการของภาครัฐ ได้แก่ กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาษีเป็นกลุ่มที่เก็งกำไรจากมาตรการภาครัฐในเรื่องของการ ลดภาษีนิติบุคคล และมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ เครื่องจักรใหม่ ซึ่งสามารถลดหย่อนภาษีได้ถึง 50% 

รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดได้รับแรงหนุนจากมาตรการของภาครัฐ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติออกมาเมื่อวานนี้ และกลุ่มหุ้นที่ราคาลงมาเยอะและมีการซื้อคืน และเริ่มเห็นสัญญาณการทยอยซื้อหุ้นกลับของผู้บริหารบริษัทใหญ่ ๆ ตัวอย่างหุ้นที่ชัดเจนคือ BDMS ซึ่งมีการเข้าซื้อหุ้นในปริมาณมาก มีโอกาสที่จะรีบาวด์ได้

วิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ รายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญหลายตัว เช่น ดัชนีเงินเฟ้อของผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย. พบว่า ทรงตัวที่ระดับ +2.7%y-y ส่วน Core PPI ลดลงสู่ระดับ 2.6%y-y จาก +2.9% ในเดือน ส.ค. และต่ำกว่าคาดที่ ระดับ 2.7% 

ส่วนด้านยอดค้าปลีกเดือน ก.ย. ก็ขยายตัวเพียง +0.2%m-m ลดลงจากเดือนก่อนที่ +0.6%m-m และต่ำกคาดที่ +0.4% นอกจากนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน พ.ย. จาก Conference board ลดลงสู่ระดับ 88.7 ต่ำคาดที่ 93.3 เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน

จากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ช่วยตอกย้ำมุมมองว่า FED มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. นี้มากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดจากเครื่องมือ FED Watch tool สะท้อนโอกาสที่ตลาดคาดหวังการลดดอกเบี้ย ธ.ค. ขึ้นสู่ระดับ 82% สอดคล้องกับ Dollar Index ที่กลับมาหลุดระดับ 100 จุด และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี ที่กลับมาต่ำกว่าระดับ 4% อีกครั้งในรอบเดือน คาดกระตุ้นแรงเก็งกำไรในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมากยิ่งขึ้น
 
ส่วนด้านปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ ที่อาจเข้ามากดดันด้านการบริโภคและภาระหนี้ ขณะที่ปัจจัยภายนอกยังเป็นโมเมนตัมบวก ดังนั้นยังมองเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรเติบโตดี หรือเก็งกำไรหุ้นที่คาดกำไรกลับมาเติบโต แต่ราคาหุ้นยังอยู่ในโซนล่าง 

สำหรับ หุ้นแนะนำวันนี้ CBG คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 กลับมาฟื้นตัว q-q จากปัจจัยฤดูกาลหนุน ยอดขายในประเทศดีขึ้น และต่างประเทศได้แรงหนุนจากเมียนมาร์ ปัจจัยบวกเพิ่มเติมในช่วงถัดไป อาจมาจากการรับจ้างผลิต OEM ให้กัมพูชา, การออกเครื่องดื่มชูกำลังราคา 12 บาท, ความร่วมมือกับผู้ผลิตเบียร์ในจีน ในการขยายตลาดในจีน เป็นต้น ราคาเป้าหมาย 50 บาท