วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ปิดร่วงมากกว่า 550 จุด Nvidia และหุ้นเทคโนโลยีฉุดดัชนีลง

ดาวโจนส์ปิดร่วงมากกว่า 550 จุด Nvidia และหุ้นเทคโนโลยีฉุดดัชนีลง

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงในวันจันทร์ ดาวโจนส์ร่วงมากกว่า 550 จุด หุ้นเทคฯร่วงลงอีกครั้ง วอลล์สตรีทรอข้อมูลสำคัญในสัปดาห์นี้ รวมผลประกอบการ Nvidia จ้างงานเดือนก.ย.

ซีเอ็นบีซี รายงานดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวันจันทร์ (17 พ.ย.68) ที่ผ่านมาลดลงกว่า 550 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Nvidia ในขณะที่วอลล์สตรีทกำลังรอรายงานผลประกอบการสำคัญในสัปดาห์นี้ รวมถึงรายงานผลประกอบการของ Nvidia และข้อมูลการจ้างงานเดือนกันยายน

ดัชนีดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ร่วง 557.24 จุด หรือ 1.18% ปิดที่ 46,590.24 จุด จากแรงขายหุ้น Nvidia, Salesforce และ Apple ที่ฉุดดัชนีกลุ่มบลูชิปลดลง 

ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.92% ปิดที่ 6,672.41 จุด และแนสแด็ก Nasdaq Composite ดิ่ง 0.84% ปิดที่ 22,708.07 จุด

ราคาหุ้น Nvidia ร่วงลงเกือบ 2% ก่อนประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ซึ่งมีกำหนดหลังปิดตลาดวันพุธนี้ หุ้นกลุ่มชิป AI และบริษัทที่เกี่ยวข้องถูกกดดันจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่สูงเกินจริง ขณะที่ Blue Owl Capital ซึ่งเป็นผู้ให้กู้เอกชน ลดลงเกือบ 6% เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องการปล่อยกู้ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ในปัจจุบัน

รอสส์ เมย์ฟิลด์ นักกลยุทธ์การลงทุนจาก Baird ระบุว่า “สิ่งสำคัญสำหรับ Nvidia คือการยืนยันว่าความต้องการยังคงมีอยู่และยังไม่เห็นสัญญาณชะลอตัว แต่ถ้าไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม คำถามถัดไปที่ยังค้างคาอยู่ก็คือ ‘เรารู้ว่ามีความต้องการด้านการประมวลผล แล้วผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัทที่ซื้อชิปเหล่านี้คืออะไร?’”

เขาเสริมว่า “ถ้า Nvidia ให้คำแนะนำหรือคาดการณ์เกี่ยวกับความต้องการที่ดูน้อยกว่าคาด ตลาดก็จะตอบรับในแง่ลบ”

หลังจาก Nvidia, บริษัท Walmart จะรายงานผลประกอบการก่อนเปิดตลาดในวันพฤหัสบดี ซึ่งอาจสะท้อนถึงสภาพการใช้จ่ายของผู้บริโภคและชี้ให้เห็นว่าการใช้จ่ายมีความแตกต่างกันในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่

เมย์ฟิลด์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “หุ้นกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะเมื่อขาดข้อมูลตลาดแรงงานบางส่วน จะมีความสำคัญอย่างมากต่อทิศทางตลาดในช่วงเทศกาลปลายปีนี้”

นักลงทุนยังจับตารายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมเดือนกันยายนในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นข้อมูลชุดแรกหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯเปิดทำการอีกครั้งหลังจากปิดทำการบางส่วน รายงานฉบับนี้ รวมถึงรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประจำเดือนตุลาคม ซึ่งแม้อาจไม่สดใหม่มากนัก แต่ก็จะช่วยให้ตลาดมีความชัดเจนขึ้นในช่วงที่ข้อมูลเศรษฐกิจยังมีจำกัดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ตลาดได้ลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ  จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในการประชุมรอบสุดท้ายของปีในเดือนหน้า ขณะนี้นักลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ คาดการณ์โอกาสลดดอกเบี้ยเพียงราว 45% ลดลงอย่างมากจากโอกาสกว่า 90% เมื่อเดือนก่อน ตามข้อมูลจาก CME FedWatch

  • หุ้นอัลฟาเบทปรับขึ้นหลังเบิร์กเชียร์ของบัฟเฟตต์เข้าซื้อ

ในขณะที่ Alphabet กลายเป็นจุดเด่นในวันจันทร์ หลังราคาหุ้นพุ่งขึ้น 3.1% เนื่องจาก Berkshire Hathaway ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ เปิดเผยว่าได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัทแม่ Google และ YouTube นักลงทุนต่างมีความมั่นใจว่า Berkshire ยังเห็นคุณค่าในหุ้นกลุ่ม AI แม้ราคาจะปรับขึ้นแรงในปีนี้ โดยคาดว่าการตัดสินใจซื้อน่าจะมาจากผู้จัดการฝ่ายลงทุนของ Berkshire มากกว่าตัวบัฟเฟตต์ เอง

ในทางตรงกันข้าม บิตคอยน์ ร่วงลงกว่า 2% สะท้อนถึงนักลงทุนลดความเสี่ยงลงและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีที่อ่อนแอลง สกุลเงินดิจิทัลนี้ร่วงต่ำกว่าระดับ 95,000 ดอลลาร์ในวันศุกร์ที่ผ่านมา

จากความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในวันนี้ ดัชนี S&P 500 ลดลงกว่า 2% แล้วในเดือนพฤศจิกายน หลังจากที่ปรับขึ้นติดต่อกัน 6 เดือน ดัชนีนี้อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลกว่า 3% ส่วน Nasdaq ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีกลับปรับลดลงมากกว่า 5% จากจุดสูงสุด ด้านหุ้นเทคโนโลยีใน ดัชนี S&P 500 เดือนนี้ลดลง 5% และร่วงลงเกือบ 7% จากจุดสูงสุดที่ผ่านมา