หุ้น COCOCO ร่วง 11.85% กำไรไตรมาส 3/68 ต่ำคาด เหตุคนจีนบางส่วนแบนน้ำมะพร้าวไทย

หุ้น COCOCO ปรับตัวลดลง 11.85% โบรกเผยกำไรสุทธิในไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 69 ล้านบาท ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 29.9% และหดตัว 59.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้านรายได้จากธุรกิจน้ำมะพร้าวซึ่งเป็นธุรกิจหลัก หดตัวลง 26.3% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากยอดขายในจีนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และข่าวโรงงานน้ำมะพร้าวปลอม ทำให้ลูกค้าจีนบางส่วนงดซื้อน้ำมะพร้าวจากไทย
KEY
POINTS
- หุ้น COCOCO ปรับตัวลดลง 11.85% ในการซื้อขายภาคเช้าของวันที่ 12 พ.ย. 2568
- กำไรสุทธิในไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 69 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 29.9% และหดตัว 59.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- รายได้จากธุรกิจน้ำมะพร้าวซึ่งเป็นธุรกิจหลัก หดตัวลง 26.3% จากปีก่อนหน้า
- สาเหตุหลักมาจากยอดขายในจีนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และข่าวโรงงานน้ำมะพร้าวปลอม (ที่ไม่ใช่ของ COCOCO) ทำให้ลูกค้าจีนบางส่วนงดซื้อน้ำมะพร้าวจากไทย
- นักวิเคราะห์มีแนวโน้มที่จะปรับลดประมาณการกำไรทั้งปีลง เนื่องจากผลประกอบการ 9 เดือนแรกคิดเป็นเพียง 64% ของเป้าหมายทั้งปี
ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 12 พ.ย.2568 เวลา 10.07 น. หุ้น COCOCO หรือ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) ร่วงแรง 11.85% ลดลง 0.80 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 5.95 บาท
จรูญพันธ์ วัฒนวงศ์ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.ลิเบอร์เรเตอร์ เปิดเผยว่า COCOCO มีกำไรสุทธิไตรมาส 3/68 ต่ำกว่าคาด -29.9% หดตัว -10.3% q-q และ -59.7% y-y เหลือ 69 ล้านบาท ทิศทางเดียวกับรายได้รวมที่หดตัว -2.0% q-q และ -8.4% y-y เหลือ 1,754 ล้านบาท
ทั้งนี้ น้ำมะพร้าว รายได้หดทั้ง -21.4% q-q และ -26.3% y-y เหลือ 779 ล้านบาท แม้เป็น High season ของการส่งออก ทว่ายอดขายได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในจีน และมีข่าวตรวจสอบโรงงานน้ำมะพร้าวปลอมแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรีที่ส่งออกไปจีน ไม่ใช่โรงงานของ COCOCO ทำให้ลูกค้าจีนบางส่วนแบนน้ำมะพร้าวจากไทย กะทิ รายได้ขยายตัว +23.9% q-q และ +19.7% y-y เป็น 724 ล้านบาท จากอุปสงค์ในต่างประเทศโตต่อเนื่อง
ขณะที่อาหารสัตว์เลี้ยง รายได้ขยายตัว +12.4% q-q หลักประเด็น Reciprocal tariffs ของสหรัฐฯคลี่คลาย แต่ยังทรงตัว y-y ที่ 209 ล้านบาท
ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นที่ 19.0% ขยายตัว +157bps q-q จากการปรับราคาสินค้ากะทิ และอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ผนวกกับต้นทุนราคามะพร้าวลดลง -24.6% q-q ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มกะทิปรับขึ้น +839 bps q-q เป็น 16.0% ส่วนกลุ่มน้ำมะพร้าวกลับยังหดตัว -273 bps q-q เหลือ 18.9% จากยอดขายที่หดตัวแรง ขณะที่เทียบกับปีก่อนอัตรากำไรขั้นต้นรวมหด -599 bps y-y จากยอดขายรวมที่หดตัว
อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มปรับประมาณการลง ซึ่งกำไรสุทธิช่วง 9 เดือนของปี 2568 คิดเป็นเพียง 64.0% ของประมาณการทั้งปี เราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการอีกครั้งหลังได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้บริหารระหว่างนี้คงคำแนะนำถือ







