วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

“NestiFly” รับลูก “ธปท.” เปิดทางผู้ถือหุ้นใหญ่ใช้หุ้นค้ำสินเชื่อ P2P พร้อมมาตรการรักษาเสถียรภาพตลาดทุน

“NestiFly” รับลูก “ธปท.” เปิดทางผู้ถือหุ้นใหญ่ใช้หุ้นค้ำสินเชื่อ  P2P พร้อมมาตรการรักษาเสถียรภาพตลาดทุน

บริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มขอสินเชื่อออนไลน์ “StockLend by NestiFly” ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง ประกาศขานรับนโยบายใหม่จาก ธปท. ซึ่งอนุมัติให้ “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” (ถือหุ้นเกินร้อยละ 10) สามารถนำหุ้นของตนมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อบนแพลตฟอร์ม P2P ได้
 

“NestiFly” รับลูก “ธปท.” เปิดทางผู้ถือหุ้นใหญ่ใช้หุ้นค้ำสินเชื่อ  P2P พร้อมมาตรการรักษาเสถียรภาพตลาดทุน

ทั้งนี้ การเปิดทางครั้งนี้ถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจการให้กู้ยืมเงินระหว่างบุคคลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในประเทศไทย (P2P Lending) ที่ช่วยเพิ่มทางเลือกทางการเงินให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่บริหารจัดการพอร์ตได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่จำเป็นต้องขายหุ้นออกเพื่อสร้างสภาพคล่อง พร้อมคงสิทธิความเป็นเจ้าของและผลตอบแทนจากเงินปันผลตามเดิม

“NestiFly” รับลูก “ธปท.” เปิดทางผู้ถือหุ้นใหญ่ใช้หุ้นค้ำสินเชื่อ  P2P พร้อมมาตรการรักษาเสถียรภาพตลาดทุน

นายจิรายุ เชื้อแย้ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัด กล่าวว่า     “การปรับเกณฑ์จาก ธปท. ครั้งนี้ เป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจ P2P Lending ในไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สามารถใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดมูลค่ามากขึ้น ขณะเดียวกันยังแสดงถึงความพร้อมของตลาดไทยในการก้าวสู่ระบบสินเชื่อหุ้นที่มีมาตรฐาน โปร่งใส และสร้างเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น”

“ในฐานะผู้ให้บริการภายใต้การกำกับของ ธปท. NestiFly ให้ความสำคัญกับการพัฒนากรอบกำกับดูแลที่รัดกุม เพื่อให้ทุกฝ่ายทั้งผู้กู้ ผู้ให้กู้ และนักลงทุนได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างมั่นคง และช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดทุนในระยะยาว” นายจิรายุ กล่าวเสริม

ภายใต้เกณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติ ผู้ถือหุ้นสามารถนำหุ้นที่ถืออยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อได้

“NestiFly” รับลูก “ธปท.” เปิดทางผู้ถือหุ้นใหญ่ใช้หุ้นค้ำสินเชื่อ  P2P พร้อมมาตรการรักษาเสถียรภาพตลาดทุน

ทั้งนี้ NestiFly ได้เตรียมแนวทางบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ ได้แก่
•    คงเพดานจำกัดการขอสินเชื่อ (Credit Ceiling) เพื่อควบคุมความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของหลักประกันและลดผลกระทบต่อหุ้นรายตัวในตลาดหลักทรัพย์
•    ใช้อัตราส่วน LTV สูงสุด 60% (MAX60) สำหรับหุ้นคุณภาพสูงที่ผ่านการคัดกรอง เพื่อสร้างกันชนต่อความผันผวนของราคาหุ้น
•    ปฏิบัติตามมาตรฐานของ ธปท. ครอบคลุมมาตรการป้องกันความเสี่ยงและสัญญากู้ยืม เพื่อคุ้มครองผู้ให้กู้และผู้กู้ในทุกกรณี

ทั้งหมดนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงและรักษาเสถียรภาพของตลาดทุนโดยรวม