TOP รายงานกำไร Q3/68 ที่ 2.1 พันล้านบาทพลิกมีกำไรจากช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุน มีรายงานกำไรสต็อกน้ำมัน บันทึกกําไรจากการซื้อคืนหุ้น กู้ 1,372 ล้านบาท และบันทึกกำไรพิเศษธุรกิจลงทุนสิงคโปร์
บริษัท ไทยออยล์ จํากัด (มหาชน) หรือ TOP รายงานผลประกอบการใน Q3/68 ราคานํ้ามันดิบดูไบเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น จากแนวโน้มอุปทานตึงตัวทั้งจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงตึงเครียด รวมถึงสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปได้ออกมาตรการควํ่าบาตรครั้งใหม่ต่อรัสเซีย ทําให้กลุ่มไทยออยล์มีกําไรจากสต๊อกนํ้ามัน 1,508 ล้านบาท หรือ 2.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มีกําไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มรวมผลกระทบจากสต๊อกนํ้ามันอยู่ที่ 7.4 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลจาก Q2/68
จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มี EBITDA 3,897 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,619 ล้านบาท นอกจากนี้กลุ่มไทยออยล์ซื้อคืนหุ้นกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ และมีการบันทึกกําไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ 1,372 ล้านบาท
อย่างไรก็ ตามใน Q3/25 กลุ่มไทยออยล์รับรู้ส่วนแบ่งกําไรพิเศษจากบริษัท PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) (ซึ่งกลุ่มไทยออยล์ถือหุ้นใน สัดส่วนร้อยละ 15) จากการที่บริษัทย่อยของ CAP ได้รับรู้กําไรจากการต่อรองราคาจากการเข้าซื้อธุรกิจบริษัท Aster Chemical and Energy Pte. Ltd. ในประเทศสิงคโปร์ลดลงเล็กน้อย
ดังนั้นใน Q3/68 กลุ่มไทยออยล์มีกําไรสุทธิ 2,147 ล้านบาท หรือ 0.96 บาทต่อหุ้น ลดลง 4,329 ล้านบาท จาก Q2/68
ขณะที่จากราคานํ้ามันดิบดูไบเฉลี่ยใน 9M/68 ที่ปรับลดน้อยลง ทําให้รับรู้ขาดทุนจากสต๊อกนํ้ามันลดลง 2,321 ล้านบาท ทําให้กลุ่มไทยออยล์มีกําไรขั้นต้น จากการผลิตของกลุ่มรวมผลกระทบจากสต๊อกนํ้ามัน 5.3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 0.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลจาก 9M/67 ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มี EBITDA 11,638 ล้านบาท ลดลง 3,916 ล้านบาท
การบันทึกกําไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 2,919 ล้านบาท เนื่องจากใน 9M/68 กลุ่มไทยออยล์ซื้อหุ้นกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ 633 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 513 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก 9M/67
รวมทั้งมีการรับรู้ส่วน แบ่งกําไรพิเศษจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งเกิดจากการต่อรองราคาจากการเข้าซื้อธุรกิจในประเทศสิงคโปร์ จํานวน 7,044 ล้านบาท ส่งผลให้ ในช่วง 9M/68 กลุ่มไทยออยล์มีกําไรสุทธิ 12,126 ล้านบาท หรือเท่ากับ 5.43 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 4,934 ล้านบาท





