กระแสการเติบโตของ “Data Center” กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ หนุนการลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า อีกครั้ง เมื่อไทยถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน จุดหมายตั้งฐาน Data Center แห่งใหม่ของเอเชีย จากข้อได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานและกำลังสำรองไฟที่เพียงพอ ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งปัจจัยดังกล่าวกลายเป็นแรงขับสำคัญที่หนุน กลุ่มโรงไฟฟ้ากลับมาโดดเด่นอีกครั้ง!!
“ประกิต สิริวัฒนเกตุ” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัดให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจ Data Center ในไทยกำลังเป็นปัจจัยบวกต่อดีมานด์ไฟฟ้าในระยะยาว
ทั้งนี้ แม้ไทยอาจไม่ได้เป็นผู้นำด้านพัฒนา AI โดยตรง แต่ทว่าเป็นฐานโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเทรนด์เดียวกับที่เกิดขึ้นในสหรัฐและกำลังเร่งตัวในหลายประเทศ
โดยคาดว่าแนวโน้มจะผลักดันให้การลงทุนด้านระบบพลังงานกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง และคาดว่าในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ธีม Data Center จะยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นในตลาดหุ้นไทย
อย่างไรก็ดี ในมุมของ Valuation กลุ่มโรงไฟฟ้ายังคงอยู่ในระดับที่ลงทุนได้ แม้ผลประกอบการในช่วงก่อนหน้านี้จะเผชิญแรงกดดัน แต่ทว่ามีสัญญาณชัดเจนว่า Earnings เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะผู้ประกอบการแสดงตัวเลขกำไรที่ดีขึ้น
สำหรับหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่น่าจับตาจากกระแส Data Center ได้แก่ BCPG งบฟื้นตัวเด่นจากโครงการที่เริ่มเดินเครื่อง ส่วน EGCO และ BGRIM มีพอร์ตโรงไฟฟ้าหลากหลาย รองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ GPSC เป็นผู้เล่นเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ และ GULF มีส่วนร่วมทั้งธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ
“กิจพณ ไพรไพศาลกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า กระแส Data Center ถือเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานของไทย แม้ว่าอัตราค่าไฟฟ้าของไทยจะไม่ได้ถูกที่สุดในภูมิภาค แต่ไทยมีจุดเด่นเรื่องระดับสำรองไฟฟ้าที่ค่อนข้างสูง โดยมีสำรองอยู่ประมาณ 40% ซึ่งสูงกว่าสิงคโปร์ที่ปัจจุบันอาจไม่สามารถรองรับ Data Center ใหม่ ๆ ได้แล้ว
ทั้งนี้ Data Center จะทำหน้าที่เป็นตัวที่เข้ามาช่วยดูดซับกำลังการผลิตไฟฟ้าส่วนเกินที่มีสำรองอยู่สูง รวมถึงปัจจุบันสำรองไฟฟ้าที่เกินความต้องการเป็นต้นทุนที่ระบบต้องแบกรับ หากกำลังการผลิตส่วนเกินนี้ถูกขายไปหรือกลายเป็นรายได้ จะส่งผลให้ต้นทุนโดยเฉลี่ยโดยรวมลดลง ซึ่งอาจทำให้ค่าไฟของไทยในอนาคตข้างหน้าอาจลดลงหรืออย่างน้อยก็ไม่เพิ่มขึ้นมากนัก และเป็นผลดีต่อธุรกิจอื่น ๆ ที่ใช้ไฟฟ้าด้วย
ขณะเดียวกัน Data Center มักจะมีความต้องการพลังงานสะอาด แม้ว่าพลังงานส่วนใหญ่ในไทยที่มาจากก๊าซจะผ่านเกณฑ์ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่โอกาสการเติบโตของหุ้นโรงไฟฟ้าจะมาจาก ส่วนเพิ่มที่มาจากการติดตั้งพลังงานสะอาดเพิ่มเติม เช่น โซลาร์ ในบริเวณใกล้เคียง Data Center
โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดเจนคือ โรงไฟฟ้าที่ขายไฟให้ภาคเอกชน หรือมีสัดส่วนผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) จะได้ผลดีจากการลดลงของต้นทุนพลังงานอย่างชัดเจน โดยคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2568-2569 หุ้นเด่น BGRIM GPSC และ GULF เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
“วทัญ จิตต์สมนึก” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า กระแสการลงทุน Data Center จากผู้เล่นรายใหญ่ระดับโลกยังคงเร่งตัวต่อเนื่อง นำโดย Amazon Web Service (AWS) , Microsoft Azure และ Google Cloud ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่และเร่งขยายศูนย์ข้อมูลใหม่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก โดยไทยถูกจับตาให้เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญลำดับถัดไป เนื่องจากมีพื้นที่รองรับขนาดใหญ่ และมีความมั่นคงด้านไฟฟ้าที่เหนือกว่าหลายประเทศในภูมิภาค
ทั้งนี้ หนึ่งในปัจจัยสนับสนุนหลักคือ ปริมาณไฟฟ้าส่วนเกินในระบบ ซึ่งนับเป็นจุดแข็งสำคัญของไทย เพราะ Data Center เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาลตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม แม้ Data Center จะไม่ใช่อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก แต่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่และระบบสาธารณูปโภคที่มีเสถียรภาพ ส่งผลให้ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ถูกคาดหมายว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงมากที่สุด โดยเฉพาะ AMATA และ WHA ด้านกลุ่มโรงไฟฟ้า คาดว่าจะเป็นผู้ได้รับผลดีเช่นกันจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ GPSC, BGRIM และ GULF





