วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

Sanaenomics: Japan’s new course

Sanaenomics: Japan’s new course

ตลาดหุ้นในเดือนตุลาคมที่ผ่านมายังคงเดินหน้าปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่าช่วงต้นเดือนตลาดมีความกังวลว่าข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะไม่เกิดขึ้นและสหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติมหลังจีนมีการควบคุมการส่งออกแร่หายาก แต่สุดท้ายผู้นำทั้งสองประเทศก็ได้มีการพบกันที่เกาหลีใต้และการประชุมออกมาเชิงบวกทำให้เป็นปัจจัยบวกต่อตลาด

ขณะที่ กลุ่มเทคโนโลยียังคงเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนตลาดหุ้นจากดีลด้าน AI Infrastructure ที่ยังมีการประกาศออกมาอย่างต่อเนื่องแม้จะเริ่มมีความกังวลต่อกระแสฟองสบู่ในหุ้นกลุ่ม AI แต่จากการประกาศงบการเงินไตรมาส 3 ในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังมีการเติบโตที่ดีและมีกำไรที่ดีทำให้ราคาหุ้นของบริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังคงปรับตัวขึ้นต่อหลังจากการประกาศงบซึ่งสะท้อนว่าการปรับตัวสูงขึ้นของหุ้นกลุ่มนี้ถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยพื้นฐานมากกว่าการปรับเพิ่มขึ้นของ Valuation

อีกหนึ่งตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในเดือนที่ผ่านมาคือตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนี Nikkei 225 ปรับตัวบวกกว่า 16% ทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องและทะลุระดับ 52,000 จุดไปแล้วจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศครั้งสำคัญ

การเลือกตั้ง Sanae Takaichi เป็นนายกรัฐมนตรีถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางการเมืองของญี่ปุ่น หลังจากพรรค LDP และ Ishin บรรลุข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสมเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม เธอได้รับเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่ในทั้งสองสภา (237 เสียงในสภาล่าง และ 125 เสียงในสภาสูง) และเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม การขึ้นมาของเธอช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน หลังจากช่วงความผันผวนทางการเมืองหมดไป บรรยากาศตลาดกลับเป็นบวก และความสนใจหันไปที่รายละเอียดของนโยบายใหม่

แนวทาง Sanaenomics เน้นความต่อเนื่องของแผนปฏิรูปและการเติบโต ผสมผสานมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้ากับเป้าหมายเชิงโครงสร้าง แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจมุ่งช่วยเหลือครัวเรือน ลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเสริมความมั่นคงของประเทศ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเยียวยาระยะสั้นและความสามารถแข่งขันระยะยาว แม้จะมีการขยายตัวทางการคลัง แต่การเน้นวินัยการใช้จ่ายของ Ishin ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้จ่ายเกินตัว นโยบายของนายกฯ Takaichi ที่เน้น AI เซมิคอนดักเตอร์ และการป้องกันประเทศ สะท้อนความตั้งใจที่จะเสริมความแข็งแกร่งเชิงอุตสาหกรรมและยุทธศาสตร์ของญี่ปุ่น

หนึ่งในเสาหลักของ Sanaenomics คือการผลักดันการปรับโครงสร้างบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของตลาดหุ้น ญี่ปุ่นคาดว่าจะเดินหน้าสนับสนุนแนวทางของตลาดหลักทรัพย์โตเกียวที่ผลักดันให้บริษัทบริหารต้นทุนเงินทุนอย่างจริงจัง ซึ่งได้สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อผลตอบแทนผู้ถือหุ้นแล้ว บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งช่วยหนุนกำไรและ ROE ให้แข็งแกร่งขึ้น

ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2025 ดัชนี Nikkei 225 ซื้อขายที่ประมาณ 21 เท่าของกำไรล่วงหน้า สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว แต่ต่ำกว่าจุดสูงสุดราว 23 เท่า ความต้องการลงทุนที่กลับมาเกิดจากความเชื่อมั่นเชิงนโยบายและปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น หนุนโดยค่าเงินเยนที่แข่งขันได้และกำไรที่แข็งแรง ฤดูกาลประกาศผลประกอบการล่าสุดสะท้อนการปรับประมาณการขึ้นในหลายอุตสาหกรรม โดยคาดการณ์ ROE ที่ 10–11% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แม้ตลาดซื้อขายที่ 21 เท่า แต่ญี่ปุ่นยังมีมูลค่าที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดโลกที่ซื้อขายที่ 25 เท่า โดยมีส่วนลดราว 16%

กลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จาก Sanaenomics ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน และผู้ผลิตเพื่อการส่งออกที่ได้แรงหนุนจากค่าเงินเยนที่แข่งขันได้ ภาคการเงินก็มีโอกาสได้ประโยชน์จากการปรับนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เรามองว่าญี่ปุ่นเป็นตลาดที่เหมาะสำหรับการกระจายการลงทุนออกจากสหรัฐฯ และเป็นตลาดปลายทางที่น่าสนใจ มูลค่ายังอยู่ในระดับที่น่าลงทุน และปัจจัยขับเคลื่อนกำไรแตกต่างจากตลาดตะวันตก สำหรับนักลงทุนแบบ Multi-Asset หุ้นญี่ปุ่นให้ส่วนผสมที่ดีระหว่างการฟื้นตัวเชิงวัฏจักรและการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม เช่น สภาพคล่องโลก ความผันผวนในกลุ่ม AI หรือการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลผสมภายในประเทศ การขยายตัวทางการคลังต้องรักษาสมดุลกับความยั่งยืนของหนี้ แม้โครงสร้างรัฐบาลผสมจะช่วยสร้างแรงควบคุมบางส่วน

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและขอคำแนะนำจากผู้แนะนำการลงทุนของท่านเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน ข้อมูลนี้จัดทำโดยอาศัยที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะซึ่งปรากฎขณะจัดทำ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปแต่ละขณะ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน