บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า กระแส FED ลดดอกเบี้ยลดลง หลังล่าสุดท่าทีของ PAWELL เหมือนจะไม่ลดดอกเบี้ยในการประชุมรอบ ธ.ค.68 จากอัตราเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย หนุนให้ BOND YIELD 10Y สหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 วัน +13 BPS. ซึโดยปกติแล้ว ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เวลา BOND YIELD 10Y สหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้น หุ้นกลุ่ม VALUE มักจะปรับขึ้นดีกว่าหุ้น GROWTH
ขณะที่ในอดีต 10 ปีย้อนหลัง เวลาต่างชาติซื้อตราสารหนี้ไทยเยอะๆ มักจะเห็นเม็ดเงินวนมาหนุน SET INDEX ให้ปรับตัวขึ้นในระยะถัดไป ซึ่งภาวะปัจจุบันต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยในเดือนนี้กว่า 3.6 หมื่นล้านบาท
ดังนั้นจึงเริ่มเห็นต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อหุ้นไทย วานนี้ +486 ล้านบาท และในมุม VALUATION ด้าน PE ของ SET INDEX ถือว่าน่าสนใจ โดยแนวโน้ม TRAILING P/E ตลาดหุ้นไทยจะลงมาถูกในช่วง 3 - 4 เดือน ต่อจากนี้จาก
เหตุผล คือ กำไรงวดไตรมาส 3/68 และไตรมาส 4/68 อยู่ในฐานที่ต่ำ ซึ่งหนุน TRAILING P/E อยู่ระดับ 17.0 เท่า ซึ่งหากกำไรงวดไตรมาส 3/68 และไตรมาส 4/68 กลับสู่ภาวะปกติราว 2.5 – 2.6 แสนล้านบาท จะหนุนให้ TRAILING P/E มีโอกาสทยอยลดลงจาก 17 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/68 เหลือ 14 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 4/68 และหากหัก DELTA ที่มี PE เกิน 100 เท่าออก จะเหลือ PE เพียง 12 เท่าเท่านั้น
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ : 5 หุ้นน่าทยอยสะสม ในช่วงที่ต่างชาติน่าจะเห็นหุ้นไทยถูกลงเรื่อยๆ
- CPF มี P/E 6 เท่า หมดเจ ราคาหมูเริ่มฟื้น
- WHA มี P/E 9 เท่า รับกระแส TARIFF ดีขึ้น
- OR ค่า P/E จะลดลงเร็ว จากฐาน 3Q67 ขาดทุน และอาจกลับเข้า MSCI LARGE CAP. (รอบเร็วสุดเช้า 6 พ.ย.68)
- OSP ค่า P/E จะลดลงเร็ว จากฐาน 3Q67 ขาดทุน เหลือ 13 เท่า ได้ประโยชน์จาก โครงการคนละครึ่ง
- BANPU ราคา LAGGARD ราคาอ้างอิง TENDER หุ้น BPP





