ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 31 ต.ค.2568 ร่วง 5.47 จุด หรือ -0.42% อยู่ที่ 1,309.18 จุด มูลค่าการซื้อขาย 3,312.62 ล้านบาท
วิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า การเจรจาการค้าระหว่างโดนัล ทรัมป์ และ สี จิ้นผิง มีโมเมนตัมบวก โดยสหรัฐฯได้ลดภาษีนำเข้าเฉลี่ยต่อสินค้าจีนลงสู่ 47% จาก 57% ขณะที่จีน ชะลอการคุมส่งออกแร่หายาก 1 ปี และกลับมาซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐฯ โดยเฉพาะถั่วเหลือง เป็นจิตวิทยาบวกมากขึ้น
ตลาดเริ่มกังวลต่อการลงทุนในธุรกิจ AI ซึ่งใช้เม็ดเงินที่ค่อนข้างสูงมาก ว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ แต่ในระยะสั้นผลประกอบการ 3Q25 ที่ยังโดดเด่นของกลุ่ม Tech (Amazon & Apple) ยังเป็นปัจจัยที่เข้ามาช่วยหนุนแรงซื้อกลับ
ส่วนผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติ 7 ต่อ 2 เสียง คงดอกเบี้ยที่ระดับ 0.5% โดย 2 เสียงที่คัดค้านคือ นาโอกิ ทามูระ และฮาจิเมะ ทาคาตะ เสนอให้ขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.75% สะท้อนภาพรวมของ BOJ ที่ค่อยๆตึงมากขึ้น โดยภาพรวมส่งสัญญาณโทนระมัดระวัง แต่ระบุว่าหากเห็นแรงส่งจากจ้างงานและเงินเฟ้อที่ชัดขึ้น อาจมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเร็วสุดในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ อย่างไรดีจากความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้นยังเป็นแรงขับเคลื่อนให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง
ส่วนผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) พบว่ามีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิม และยังไม่มีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนต่อการปรับในครั้งถัดไป โดยระบุว่านโยบายยัง “อยู่ในจุดที่เหมาะสม” และขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจข้างหน้า เป็นแรงส่งให้ค่าเงิน EUR อ่อนค่า
สำหรับ หุ้นแนะนำวันนี้ ITC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/68 ที่ 812 ล้านบาท และกำไรปกติที่ 787 ล้านบาท ดีกว่าคาด 8% จากสัดส่วนขายสินค้า Premium มากขึ้น ผสานอัตราภาษีจ่ายลดลง แนวโน้มไตรมาส 4/68 คาดยังคงดีต่อเนื่องจากลูกค้าใหม่ที่ยอดขายทยอยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งต่อการทำกำไรในช่วงที่เหลือของปี และต่อเนื่องในปีหน้า ราคาเป้าหมาย 18 บาท
บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง ดัชนิ S&P500 ลดลง 0.99% Nasdaq Composite ลดลง 1.58% และ Dow Jones ลดลดลง 0.23% จากการปรับลดลงของ Meta และ Microsoft ร่วง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังต้องรับมือกับท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐที่ดูเข้มงวดมากขึ้นต่อนโยบายการเงินตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,314.65 จุดลดลง -0.99 จุด หรือ -0.08% จากการปรับตัวลดลงของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักโดยเฉพาะ DELTA
โดยวันนี้คาด SET Index จะแกว่งตัว sideway up ในกรอบ 1,310-1,325 จุด จากภาพเชิงบวกในประเทศหลัง กระทรวงการคลังปรับคาดการณ์ GDP ปี 2568 โต 2.4% จากเดิม 2.2% หลังปรับประมาณการ GDP ในครึ่งหลังคาดว่าจะขยายตัว 1.8% สูงกว่าประมาณการเดิมที่ 1.6% โดยไม่ได้แรงหนุนจากการส่งออกเดือนกันยายนที่ขยายตัวถึง 19% และมาตรการกระตุ้น คนละครึ่งพลัส ที่จะช่วยหนุนการเติบโตในครึ่งปีหลัง ในขณะเดียวกันภาพของต่างประเทศดูผ่อนคลายขึ้น หลังการประชุม สหรับและจีนเป็นไปได้ด้วยดีช่วยผ่อนคลายความกังวลทางการค้าขึ้น
ในส่วนกลยุทธ์การลงทุนยังคงมุ่งเน้นหุ้นมีผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาส 3/68 อย่าง KTB และ มีปัจจัยบวกเฉพาะอย่าง AMATA หลังยอดขอรับการส่งเสริม BOI ยังคงเติบโตต่อเนื่อง





