ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ธุรกิจห้างสรรพสินค้ากำลังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแรง และการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ นักวิเคราะห์ชี้ว่า ภาคค้าปลีกในห้างยังต้องปรับกลยุทธ์เพื่อประคองยอดขาย ขณะที่ความหวังช่วงปลายปีอาจอยู่ที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ “ช้อปช่วยชาติ” ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงหนุนสำคัญในการดึงผู้บริโภคกลับเข้าห้างอีกครั้ง
เผชิญ “Zero Sum Game” เหตุซัพพลายล้น กำลังซื้อไม่โต
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ปัจจัยที่สร้างปัญหาให้กับธุรกิจห้างสรรพสินค้าคือ กำลังซื้อของผู้บริโภคชาวไทยที่สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติค่อนข้างสูง ซึ่งหมายความว่าการบริโภคในประเทศพึ่งพาการท่องเที่ยวจากภายนอกค่อนข้างมาก
นอกจากนี้ ภาพรวมประชากรไทยก็เป็นอีกแรงกดดันหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วตั้งแต่ปี 2566 และในปี 2567 เริ่มเห็นจำนวนประชากรลดลงประมาณ 100,000 คน แนวโน้มนี้จะสร้างแรงกดดันต่อกำลังซื้อในประเทศอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อกำลังซื้อโดยรวมไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก แต่ทว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนห้างสรรพสินค้านำไปสู่การแย่งชิงเม็ดเงินที่จำกัด โดยเฉพาะในพื้นที่ในเมือง ซึ่งอาจเป็นเพียงการย้ายกำลังซื้อจากห้างเดิมไปยังห้างใหม่ หากอุตสาหกรรมโดยรวมไม่เติบโต สถานการณ์นี้จึงเป็นลักษณะของ Zero Sum Game
โดยสถานการณ์ดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมอาคารสำนักงานให้เช่า ซึ่งพบว่าเมื่อมีซัพพลายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาคารออฟฟิศที่ไม่ติดแนวรถไฟฟ้าหรือเดินทางไม่สะดวกเริ่มมีอัตราการเช่าที่ไม่เพิ่มขึ้น โดยผู้เช่ามีแนวโน้มที่จะย้ายไปเช่าอาคารที่อยู่ในเมืองและติดสถานีรถไฟฟ้ามากขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับภาวะการแย่งชิง traffic ผู้ประกอบการจึงต้องมองหาเกมในระยะยาว และต้องพยายามสร้างอุปสงค์ และอุปทานให้เติบโตไปด้วยกันในโครงการนั้นๆ ปัจจุบัน เราจึงเห็นกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการไม่ได้ขึ้นอาคารที่เป็นห้างสรรพสินค้าเดี่ยวๆ แต่พยายามสร้างลักษณะของความเป็นคอมมิวนิตี้ หรือโครงการแบบมิกซ์ยูส โดยมีการสร้างทั้งคอนโดมิเนียมและอาคารสำนักงานให้เช่าควบคู่ไปกับห้างสรรพสินค้า ตัวอย่าง โครงการ Central Park มีความได้เปรียบด้านทำเลที่มีรถไฟฟ้า 2 สาย และมีการสร้างทั้งคอนโดและอาคารออฟฟิศ เพื่อสร้างอุปสงค์ในระยะยาว หรือ โครงการ One Bangkok ก็มีอาคารออฟฟิศขนาดใหญ่ ซึ่งในระยะยาวจะเป็นตัวที่ซัพพลายผู้ใช้บริการให้กับทางห้าง เพราะการสร้างอาคารสำนักงานจะช่วยแก้ไขข้อจำกัดของห้างสรรพสินค้าที่มักจะมีผู้ใช้บริการหนาแน่นเพียงช่วงเย็น หรือวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น ทำให้เกิดรอบในการใช้บริการและหมุนเวียนได้ตลอดเวลา
ธุรกิจห้างซบเซา กำลังซื้อน้อย หวัง “ช้อปช่วยชาติ” ปลายปี
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล. ทิสโก้ กล่าวว่า ภาพรวมของกลุ่มห้างสรรพสินค้ายอมรับว่าในช่วงเวลานี้เศรษฐกิจโดยรวมยังคงดูซบเซา เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคค่อนข้างน้อย และประเทศไทยยังพึ่งพาการท่องเที่ยวสูง แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังไม่สามารถเข้ามาได้ตามที่คาดหวัง
ทั้งนี้ แม้จะอยู่ในช่วงที่ผู้คนเดินห้างน้อย แต่กลับยังมีการเปิดห้างสรรพสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม มีการคาดว่าในช่วงปลายปีนี้สถานการณ์อาจจะดีขึ้น เนื่องจากยังคงมีความคาดหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางภาครัฐ
“มาตรการดังกล่าวน่าจะช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดีขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีการนำมาตรการช้อปช่วยชาติกลับมาใช้ ซึ่งอาจส่งผลดีทำให้ยอดขายจากร้านเดิม (Same-ขอบางกลุ่มสามารถกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาส 4/68”
ห่วงนักท่องเที่ยวไม่ถึงเป้า ผู้บริโภคไทยใช้จ่ายต่อหัวลด
นายกรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้ายอมรับว่าราคาหุ้นปรับตัวลงมาจนทำให้ Valuation ถูก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีมุมมองที่เป็นกลางเนื่องจากการฟื้นตัวยังไม่มากนัก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตคือ การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่ถึงเป้าหมาย หรือยังเข้ามาไม่ถึงระดับ 40 ล้านคน ขณะที่ผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่ยังคงเป็นชาวไทย ซึ่งมีการใช้จ่ายต่อหัวลดลง ด้วยเหตุดังกล่าวหากพิจารณาจากกลุ่มห้างสรรพสินค้ายังคงมองเป็นกลางต่อกลุ่มนี้ หากเปรียบเทียบภาคอสังหาริมทรัพย์ประเภทนิคมอุตสาหกรรมมีโดดเด่นที่สุด





