background-default

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

GULF ซื้อหุ้น KBANK เพิ่มทะลุ 5% รับปันผลตั้งแต่ต้นปีแล้ว 1.2 พันล้าน

GULF  ซื้อหุ้น KBANK เพิ่มทะลุ 5%  รับปันผลตั้งแต่ต้นปีแล้ว 1.2 พันล้าน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานว่า บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานเข้าซื้อหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เมื่อ 14 ต.ค. 2568 จำนวน 5,399,600 หุ้น คิดเป็น 0.2278% ในราคาหุ้นละ 169.50 บาท ทำให้หลังการได้มา GULF ถือหุ้น KBANK จำนวน 119,149,900 หุ้น คิดเป็น 5.0288% จากก่อนหน้าถือ 4.8009% โดยใช้เงินลงทุนราว 915 ล้านบาท

อนึ่ง ณ วันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น KBANK ณ วันที่ 11 ก.ย.68 GULF ถือหุ้น KBANK อันดับ 5 สัดส่วน 4.53% แต่ภายหลังซื้อหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 5.02% ทำให้ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 4 รองจาก SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED ที่ถือหุ้น 5.06%

ทั้งนี้ การที่ GULF ถือหุ้นเกิน 5% จะส่งผลให้ KBANK จะถูกลดสัดส่วนการให้สินเชื่อลงจากเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะให้ได้ไม่เกิน 5% ของเงินกองทุน หรือ 25% ของภาระหนี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

GULF  ซื้อหุ้น KBANK เพิ่มทะลุ 5%  รับปันผลตั้งแต่ต้นปีแล้ว 1.2 พันล้าน

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การลงทุนในหุ้น KBANK สัดส่วนแตะ 5.02% ถือเป็นการลงทุนทั่วไป เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทมี Portfolio การลงทุนอยู่แล้ว

โดยหุ้น KBANK เป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง มีอัตราส่วน P/BV และ P/E ในระดับต่ำ มีประวัติการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) เท่ากับ 7-8% ดังนั้น GULF จึงยังเข้าลงทุนในหุ้น KBANK โดยมุ่งหวังผลตอบแทนจากปันผล และ Upside จากราคาหุ้นดังกล่าวในอนาคต

“ไม่มีอะไรเลยถือเป็นการลงทุนทั่วไปตามปกติ ที่มีการลงทุนมานานแล้ว และซื้อขายหุ้นพิจารณาตามภาวะตลาด ซึ่งการลงทุนใน KBANK เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สร้างผลตอบแทนทางการเงินที่มั่นคงในระยะยาว คาดหวังรับรู้เงินปันผลที่ดี และอัปไซด์จากราคาหุ้น ซึ่งตั้งแต่ต้นปีมานี้รับรู้ปันผลจากหุ้น KBANK มาแล้ว 1,200 ล้านบาท”

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันทาง GULF เตรียมแหล่งเงินทุนส่วนอื่นๆ ไว้รองรับหมดแล้ว ท้้งการกู้เพิ่มผ่านธนาคารอื่นๆ ทั้งใน และต่างประเทศได้ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากการที่ GULF ถือหุ้นเกิน 5% จะส่งผลให้ KBANK จะถูกลดสัดส่วนการให้สินเชื่อลงจากเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะให้ได้ไม่เกิน 5% ของเงินกองทุน หรือ 25% ของภาระหนี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

สำหรับ แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2568 ยังคาดจะยังเติบโตได้ดีนิวไฮต่อจากไตรมาส 2 ที่ผ่านมา จากปัจจัยหลักด้านพลังงาน และการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐาน  

โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2568 เติบโต 20-25% จากปี 2567 มาจากโครงการใหม่ที่ COD ในปี 2568 รวมกว่า 1,500 เมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และพลังงานหมุนเวียน ส่วนใหญ่เป็นโครงการในประเทศภายใต้กลุ่ม IPP และ SPP อีกทั้ง มีบางส่วนเป็นโครงการร่วมทุนในต่างประเทศ เช่น เวียดนามและโอมาน 

พร้อมกันนี้ จากกระแสเงินสดจากโครงการใหม่จะช่วยรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต และส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH และ ADVANC ก็เพิ่มขึ้นหลังการควบรวมกิจการเสร็จสมบูรณ์ แม้ภาวะเศรษฐกิจโลก และไทยในปี 2568 จะเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของตลาด และนโยบายการคลัง แต่ธุรกิจของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนั้น ยังคงเป้าหมายรายได้ และแผนการดำเนินงานไว้ตามเดิม พร้อมรับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งช่วยหนุนกำไรจากการลงทุนในต่างประเทศ และลดต้นทุนการนำเข้าอุปกรณ์พลังงาน

ทั้งนี้ โครงการปี 2568 ยังเป็นไปตามแผน GULF โครงการหลัก 7 โครงการที่วางแผนไว้สำหรับปี 2568 ยังคงดำเนินการตามกำหนด โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ครบทั้ง 4 หน่วยแล้ว รวมกำลังผลิต 2,650 เมกะวัตต์ ซึ่งจะรับรู้รายได้เต็มในไตรมาส 3 ปีนี้

นอกจากนี้ การลงทุนดาต้าเซนเตอร์กว่า 13,000 ล้านบาท โดยร่วมทุนกับ Singtel และ AIS ที่จังหวัดชลบุรี ยังเป็นไปตามแผน และพร้อมขยายโครงการเพิ่มอีกหลายแห่งในอนาคต

ขณะเดียวกัน มองหาการลงทุนใหม่ใน และต่างประเทศ แม้จะไม่มีแผนควบรวมกิจการในระยะสั้น แต่ GULF ยังคงมองหาโอกาสลงทุนใหม่ทั้งใน และต่างประเทศ โดยเน้นโครงการที่มีผลตอบแทนมั่นคง และสอดคล้องกับแนวโน้มพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีดิจิทัล

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์