บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย เปิดรายละเอียดการใช้จ่ายตามโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการ “คนละครึ่ง” มาสู่ “คนละครึ่ง พลัส” เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่าเดิม ทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้มแข็งขึ้น โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ทั้งค่าอาหารเครื่องดื่ม ของใช้ทั่วไป รวมถึงบริการขนส่งสาธารณะ และบริการรายวันต่าง ๆ ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้ร้านค้าขนาดเล็ก วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการได้อย่างทั่วถึง(ซึ่งไม่ถูกระงับสิทธิ หรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการนี้)
โดยกระทรวงการคลัง คาดว่ามาตรการนี้จะหนุน GDP ได้ราว 0.3%-0.4%YOY ส่วนหุ้นคาดได้ประโยชน์จากโครงการคนละครึ่ง พลัส ทางตรงคือ กลุ่มขนส่งอย่าง BTS BEM
ส่วนทางอ้อม คือ กลุ่มค้าปลีก อาหาร-เครื่องดื่ม บริการความงาม และท่องเที่ยว อย่าง CPALL BJC CPAXT OSP CBG SPA KISS CENTEL MINT AOT เป็นต้น
ส่วนอีกด้านหนึ่ง รมว.คมนาคม ให้นโยบายเร่งด่วน 5 ข้อกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เดินหน้าภารกิจที่ “เห็นผลเร็ว + วางรากฐานอนาคต” อาทิ เร่งเบิกจ่ายงบปี 2569, ผลักดัน “ร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC)”, เดินหน้า โครงการ LANDBRIDGE ,ระบบ “ตั๋วร่วม–ค่าโดยสารร่วม” (COMMONTICKET SYSTEM) และจัดการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์ คือ นิคม AMATA WHA ก่อสร้าง CK STEC UNIQ โลจิสติคส์-ขนส่ง PSL TTA WICE รถเมล์ไฟฟ้า EA NEX เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม บางโครงการถือเป็นโครงการใหญ่ และใช้งบประมาณค่อนข้างสูง จึงต้องติตตามว่าระยะเวลา เดือนก่อนยุบสภาจะสามารถสร้างความคืบหน้าได้มากน้อยเพียงใด





