ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาด"หุ้นไทย"เปิดตลาดเช้าวันนี้ (3 ต.ค.2568) ที่ 1,291.62 จุด ปรับขึ้น 3.33 จุด หรือ 0.26% มูลค่าซื้อขาย รวมทั้งสิ้น 1,608.12 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาวะตลาดเช้านี้ (3 ต.ค.2568) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ได้ปรับตัวขึ้นมาพอสมควรแล้ว ซึ่งนักลงทุนจะต้องไปลุ้นที่ระดับ 1,300 จุด อย่างไรก็ตาม ควรระวังแรงขายที่จะเข้ามาที่ระดับ 1,300 จุด เช่นกัน
สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่ต้องจับตาคือ การรายงานตัวเลขจ้างงานรอบนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในคืนนี้ แต่คาดว่าตัวเลขดังกล่าว น่าจะมีการเลื่อนออกไป เนื่องจากขณะนี้สหรัฐฯ อยู่ในภาวะ Shutdown
โดยหุ้นเด่นรายตัวที่ถูกจับตา HANA เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณการขาดทุนที่น่าจะลดลง จากธุรกิจ Power Master และคาดว่าจะดีขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2568 ที่น่าจะขาดทุนลดลงที่ 20% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก
ขณะที่หุ้น MOSHI อาจเป็นทางเลือกสำหรับการเก็งกำไร เนื่องจากราคาปรับตัวลงมามาก ซึ่งอาจเกิดจากความกังวลว่าเงินบาทจะกลับไปอ่อนค่า และอาจกระทบต่อสินค้าบางส่วนที่ต้องนำเข้า อย่างไรก็ตาม กลุ่มค้าปลีก คาดว่าจะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนในไตรมาส 4/68 เนื่องจากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "คนละครึ่ง" ออกมา
วิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.บล.ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า เข้าสู่วันที่สองของการปิดหน่วยงานภาครัฐฯของสหรัฐฯ (Government Shutdown) ซึ่งยังคงต้องเกาะติดอย่างใกล้ชิด โดยหากการปิดเป็นเพียงระยะเวลาอันสั้น คาดจะไม่กระทบต่อภาพเศรษฐกิจ แต่หากยืดเยื้อออกไปยาวนานก็อาจส่งผลกระทบได้เช่นกัน ส่วนประเด็นตัวเลขเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ออกมาจากหน่วยงานภาครัฐฯ เริ่มจะมีการล่าช้าออกไป โดยวานนี้ยังไม่ได้มีการรายงานตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และก็คาดว่าในวันนี้ก็จะไม่มีการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเช่นกัน
อย่างไรก็ดีมุมมองล่าสุดของตลาดยังคงให้น้ำหนักการปรับลดดอกเบี้ยของ FED อีกสองครั้งในปีนี้ คือ รอบเดือน ต.ค. และ ธ.ค. ด้วยความน่าจะเป็นที่สูงถึงระดับ 100% และ 90% ตามลำดับ ดังนั้นประเด็นนี้คาดจะยังคงประคองตลาดสินทรัพย์เสี่ยงได้ต่อเนื่อง
ส่วนด้านราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ล่าสุดยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง ลงสู่ระดับ 60 เหรียญต่อบาร์เรล ทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 4 เดือน จากความกังวลการประชุม OPEC สุดสัปดาห์นี้ที่คาดปรับเพิ่มกำลังการผลิต
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน เรามองยังเป็นโอกาสทยอยสะสมเน้นกลุ่มที่คาดได้ประโยชน์จากมาตรการภาครั้ฐฯ และกลุ่มที่มีแนวโน้มกำไรฟื้นตัว เช่น กลุ่มค้าปลีก, ไฟแนนซ์, ท่องเที่ยว และไฟฟ้า คาด SET วันนี้ “Sideways” ในกรอบ 1275-1300 จุด
ทั้งนี้ GPSC คาดแนวโน้มไตรมาส 3/68 ยังมีโมเมนตัมที่ดี แรงหนุนจากต้นทุนก๊าซที่ปรับลดลงต่อเนื่อง และปริมาณขายไฟที่จะเพิ่มจากอุปสงศ์จากลูกค้า IU ที่หยุดซ่อมน้อยลง อีกทั้งยังได้ส่วนแบ่งจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรีที่จะเพิ่มขึ้นในช่วง High Season และ Upside เพิ่มจากการปรับโครงสร้างในกลุ่ม PTT ในช่วงถัดไป





