วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

โบรกยก ‘SETWB’ ธีมอนาคต หนุน ‘มั่นคง’ พอร์ตลงทุนระยะยาว

โบรกยก ‘SETWB’ ธีมอนาคต หนุน ‘มั่นคง’ พอร์ตลงทุนระยะยาว

ท่ามกลางกระแสโลกที่ผู้คนใส่ใจ “คุณภาพชีวิต” มากขึ้น ทั้งการดูแลสุขภาพ ท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ อาหารที่ดีต่อร่างกาย และบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย “ตลาดทุนไทย” ก็ได้หยิบประเด็นนี้มาเป็นอีกหนึ่ง “ธีมลงทุนสำคัญ” ผ่าน ดัชนี SET Well-Being Index (SETWB) ซึ่งรวบรวม 30 หุ้นเด่น จาก 7 กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิต สะท้อนศักยภาพการแข่งขันของไทยในเวทีโลก และโอกาสเติบโตที่โดดเด่น และถือว่าเป็นอีกหนึ่งธีมแห่งอนาคต

โบรกยก ‘SETWB’ ธีมอนาคต หนุน ‘มั่นคง’ พอร์ตลงทุนระยะยาว

“กิจพณ ไพรไพศาลกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า แนวโน้มด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Well-Being) ได้รับการพูดถึงมาเป็นระยะเวลานานประมาณ 5-10 ปี และกำลังกลายเป็นเมกะเทรนด์ระยะยาวที่น่าจะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเทคือการที่อายุเฉลี่ยของประชากรโดยรวมยาวนานมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความต้องการและโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในระยะยาว

สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแนวโน้ม Well-Being มีความหลากหลาย เช่น การเสนอขายกองทุนที่อ้างอิงกับแนวโน้มด้านสุขภาพ รวมถึงกลุ่มที่ดูแลผู้สูงอายุ เช่น โรงแรม โรงพยาบาล หรือสถานประกอบการที่ดูแลผู้สูงอายุ

อย่างไรก็ตาม การลงทุนกลุ่ม Well-Being ยังได้รับความนิยมเป็นแนวโน้มระยะยาวที่ความผันผวนอาจไม่มากหรือเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เทียบกับกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่ง ดัชนี SET Well-Being (SETWB) ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้มีการจัดดัชนีฯ ดังกล่าวสะท้อนภาพรวมของธุรกิจใน 7 หมวด ได้แก่ เกษตร พาณิชย์ แฟชั่น อาหารและเครื่องดื่ม การแพทย์ ท่องเที่ยว และขนส่ง

หากเข้าไปดูผลดำเนินงานดัชนี SETWB อาจมีผลดำเนินงานที่ต่ำกว่าตลาดโดยรวมอาจมาจากดัชนีมีการกระจายหุ้นในหลายกลุ่มมากเกินไป ซึ่งทำให้การมองภาพรวมค่อนข้างยาก แต่ทว่าหากต้องการทำความเข้าใจเพิ่มเติม อาจต้องพิจารณาหุ้นขนาดใหญ่ 10 อันดับแรกที่อยู่ในกลุ่มดัชนี SETWB

“พิริยพล คงวาณิช” ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์พื้นฐานสายงานวิจัย บล.บัวหลวง กล่าวว่า หุ้นในกลุ่มดัชนี SET Well-Being มีแนวโน้มที่ดีในระยะยาว เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สอดคล้องกับธีมสุขภาพยั่งยืน และการมีอายุยืนถึง 100 ปีของผู้คน ดังนั้น กลุ่มดัชนีดังกล่าวจึงครอบคลุมถึงธุรกิจหลัก ๆ คือ โรงพยาบาล การท่องเที่ยว อาหารเสริม และโรงแรม

“การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของไทย เป็นปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนการเติบโตกลุ่มนี้ แนวโน้มค่อนข้างชัดเจน จากปัจจุบันอัตราเกิดของประชากรอยู่ในระดับต่ำมาก และผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งจะทำให้ธุรกิจในกลุ่ม Well-Being ภายในประเทศกลับมาโตได้ดี แม้จะมีวอลุ่มของผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การเติบโตจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป หรืออาจจะต้องใช้เวลา”

ทั้งนี้ กลุ่ม Well-Being เป็น Growth ที่ sustain หรือการเติบโตอย่างยั่งยืน แต่การจะขยับไปสู่ระดับ High Growth นั้นถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย และจำเป็นต้องพึ่งพาปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น เช่น กลุ่มไบโอ สเต็มเซลล์ หากไม่มีการสนับสนุนจากภาครัฐด้วยแล้ว การที่จะบรรลุการเติบโตระดับสูงอาจจะเป็นเรื่องที่ยาก

อย่างไรก็ตาม กลุ่ม Well-being สามารถสะสมได้ และถือได้ในระยะยาว นอกจากภาพของสังคมผู้สูงวัยในประเทศแล้ว ไทยยังมีศักยภาพที่จะเป็น Medical Hub หรือ ศูนย์กลางทางการแพทย์ เนื่องจากคุณภาพและราคามีความพร้อมสูง ดังนั้นกลุ่ม Wellbeing ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตของไทย อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนจากภาครัฐยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็น

นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมกลุ่มเฮลท์แคร์ และดัชนี SET Well-Being มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องระยะยาว เนื่องจากไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ความต้องการบริการด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น และแนวโน้มเรื่องของสุขภาพที่ดี มีอายุยืน และรักสุขภาพก็เป็นเทรนด์สำคัญในปัจจุบัน

โดยกลุ่มกลุ่มเฮลท์แคร์ จัดเป็นหุ้น หุ้น Defensive Stock ซึ่งมีความน่าสนใจและปลอดภัยในช่วงที่เศรษฐกิจมีความผันผวนหรือตลาดมีความซึม แม้ว่าการเติบโตของราคาหุ้นอาจจะไม่ได้หวือหวา แต่ในภาพระยะยาวมีการเติบโตที่ชัดเจนตามกระแสสังคมผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ รายได้ของกลุ่มเฮลท์แคร์โดยรวมมีการเติบโตประมาณ 2 เท่าของ GDP ซึ่งนโยบายรัฐบาลก็มีส่วนในการสนับสนุนธุรกิจในกลุ่มเฮลท์แคร์ นอกจากนี้ปัจจุบันกลุ่มโรงพยาบาลหลายแห่งเริ่มมาเน้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Wellness มากขึ้น