วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘คนละครึ่ง’ จุดพลุ ‘หุ้นค้าปลีก’ โบรกชี้ราคายังเหลืออัปไซด์เพียบ รับมาตรการรัฐ 6.6 หมื่นล้าน

‘คนละครึ่ง’ จุดพลุ ‘หุ้นค้าปลีก’ โบรกชี้ราคายังเหลืออัปไซด์เพียบ รับมาตรการรัฐ 6.6 หมื่นล้าน

‘คนละครึ่ง’ จุดพลุ ‘หุ้นค้าปลีก’ โบรกชี้ราคายังเหลืออัปไซด์เพียบ รับมาตรการรัฐ 6.6 หมื่นล้าน มองหุ้นได้ประโยชน์โดดเด่น ยกให้ “ซีพีออลล์-ซีพี แอ็กซ์ตร้า” หนุนไตรมาส 4 เข้าไฮซีซัน 

โบรกคาดมาตรการ “คนละครึ่ง” ดัน “กลุ่มค้าปลีก” คึกคัก ชี้ช่วยกระตุ้นบริโภคภายในประเทศให้ยังคงดีอยู่ “บล.กสิกรไทย” มองหากมาตรการชัดเจนหนุนราคาหุ้นเชิงบวก “บล.ยูโอบี เคย์เฮียนฯ” คาดกระตุ้นการบริโภคได้ในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า “บล.ทิสโก้” มองยังมีโอกาสลงทุนหุ้นค้าปลีกยังมีอัปไซด์ที่น่าสนใจในระยะ 12 เดือนข้างหน้า

‘คนละครึ่ง’ จุดพลุ ‘หุ้นค้าปลีก’ โบรกชี้ราคายังเหลืออัปไซด์เพียบ รับมาตรการรัฐ 6.6 หมื่นล้าน

หลังจากรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” เข้ามาบริหารประเทศ ความคืบหน้าของ โครงการคนละครึ่งปี 2568 หรือ คนละครึ่งพลัส กลายเป็นมาตรการเศรษฐกิจชุดแรกที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด 

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ต.ค.2568 และคาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายจริงได้เร็วที่สุดภายในปลายเดือนเดียวกัน เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีวงเงินเบื้องต้นสูงถึง 6.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่า หุ้นค้าปลีกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อาจจะได้รับอานิสงส์ในบางตัวมีทั้งทางตรงและทางออ้อม ขณะเดียวกันแม้ราคาจะตอบรับกับโครงการดังกล่าวไปบ้างแล้ว แต่ทว่าอัปไซด์ยังคงมีเหลือ

นางสาวธรีทิพย์ วงษ์แสงไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ราคาหุ้นกลุ่มค้าปลีกได้สะท้อนโครงการ “คนละครึ่ง” ไปแล้วประมาณหนึ่ง แต่หากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชัดเจนมากขึ้น อาจจะส่งผลให้ราคาหุ้นมีปฏิกิริยาเชิงบวกได้อีก

นอกจากปัจจัยด้านมาตรการรัฐแล้ว กลุ่มค้าปลีกกำลังจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4 ปี 2568 การกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือมาตรการรัฐต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาชนโดยตรง หรือผลทางอ้อมจากท่องเที่ยวก็จะช่วยเสริมให้เกิดโมเมนตัมต่อเนื่องสำหรับกลุ่มค้าปลีกจากไตรมาส 3 ปี 2568 สู่ไตรมาส 4 ปี 2568 ดังนั้น ราคาหุ้นจะสามารถยืนได้ หลังจากที่ปรับขึ้นมาในระดับหนึ่งแล้ว

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาราคาหุ้นปัจจุบันเทียบกับประมาณการราคาเป้าหมายในช่วงกลางปี โดยรวมกลุ่มค้าปลีกยังมีอัปไซด์อยู่ในช่วงประมาณ 8-10% เป็นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการภาครัฐด้วยเช่นกัน

ขณะที่ กลุ่มค้าปลีกซ่อมแซมบ้านโดยเฉพาะในต่างจังหวัด อาจมีอัปไซด์แคบลง และราคาอาจปรับขึ้นมามากจนเกินราคาเป้าหมายไปแล้ว เนื่องจากปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะกำไรในไตรมาส 3 ปี 2568 อาจยังไม่แข็งแรงนัก ซึ่งหุ้น CPALL ยังมีอัปไซด์อยู่ประมาณ 12-13%

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายรัฐบาล เช่น โครงการคนละครึ่งผลดีอาจไม่ได้เกิดขึ้นกับค้าปลีกทุกตัว แต่ทว่าจะส่งผลดีต่อกลุ่มค้าปลีกที่เน้นสินค้าที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งนโยบายสนับสนุนด้านการใช้จ่าย เพิ่มกำลังซื้อ เยียวยาอุทกภัย รวมถึงให้ซอฟโลนแก่ธุรกิจเอสเอ็มอี โดยรวมช่วยรักษาความสามารถในการซื้อของระบบ และกระตุ้นการบริโภคได้ในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า

สำหรับ หุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ CPALL เนื่องจากมาตรการดังกล่าวส่วนใหญ่ใช้ได้กับร้านค้าขนาดกลาง ร้านค้าปลีกรายย่อย หรือร้านขายของชำ ซึ่งไม่ใช่เครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ ดังนั้น CPALL จะได้รับผลดีทางอ้อมจากกำลังซื้อในระบบที่ปรับตัวดีขึ้น , หุ้น CPAXT คาดจะได้ผลดีที่ค่อนข้างตรง เนื่องจากมาตรการคนละครึ่งน่าจะไปกระตุ้นร้านค้าปลีกขนาดย่อย และร้านของชำต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าค้าส่งของแม็คโคร ทำให้ยอดซื้อต่อธุรกิจค้าส่งของแม็คโครดีขึ้น

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ราคาหุ้นกลุ่มค้าปลีกได้มีการปรับตัวขึ้นมาในระดับหนึ่งแล้ว สืบเนื่องจากความคาดหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลจะประกาศออกมา อย่างไรก็ตาม หุ้นในกลุ่มดังกล่าวยังถือว่ามีบางส่วนที่ยังต่ำกว่ามูลค่าที่คาดการณ์ไว้หรือยังมีอัปไซด์อยู่

ทั้งนี้ หุ้นที่คาดว่าจะได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากมาตรการคนละครึ่ง คือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มค้าส่งซึ่งได้แก่ BJC CRC CPALL และ CPAXT นอกจากนี้ หุ้น CPALL ยังคงได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ โดยมาตการดังกล่าวยังช่วยกระตุ้นหรือรักษาทิศทางการบริโภคภายในประเทศให้ยังคงดีอยู่ ดังนั้น นักลงทุนยังคงมีโอกาสในการเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มค้าปลีก เนื่องจากยังมีอัปไซด์อยู่ในช่วง 12 เดือนข้าง เช่น CPALL มีอัปไซด์มากกว่า 50%