ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 25 ก.ย.2568 เปิดตลาดบวก 4.09 จุด หรือ 0.39% อยู่ที่ 1,283.34 จุด มูลค่าการซื้อขาย 2,340.34 ล้านบาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ภาพรวมภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้านี้เป็นมองบวก โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการประชุมหารือสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันนี้
โดยมีกำหนดการ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และคณะรัฐมนตรี จะเดินทางไปพูดคุยกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ FETCO เพื่อหารือในเรื่องของการ ฟื้นฟูหุ้นไทย และการสร้างความเชื่อมั่นต่าง ๆ ให้กลับมา
ทั้งนี้ รายละเอียดที่ตลาดคาดหวังและอยากได้ยิน คือมาตรการที่เป็นรูปธรรม ซึ่งรวมถึงการพิจารณาอนุญาตให้มีการนำเงินปันผลมาใช้เพื่อลดภาษีเพิ่มเติมได้ หรือการเปิดตัวกองทุนลดหย่อนภาษีตัวใหม่ หากมาตรการที่ออกมาเป็นการเปิด Thai ESGX อีกรอบ เชื่อว่าตลาดจะตอบรับในเชิงบวกอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกัน ปัจจัยลบอื่น ๆ เช่น ตัวเลขการส่งออกที่ต่ำกว่าคาดการณ์ และการที่ Fitch ปรับ Outlook เป็น Negative ถูกมองว่ามีผลกระทบต่อตลาดในวันนี้น้อยมาก กรอบการเคลื่อนไหวและเป้าหมายของดัชนีในวันนี้ โดยมองฐานที่สามารถยืนได้ 1270-1275 จุด และหากการแถลงรายละเอียดมาตรการต่าง ๆ ออกมาดี ตลาดมีโอกาสที่จะขึ้นไปถึง 1290 จุด ได้ในวันนี้ และการกลับไปทดสอบ 1,300 จุดอีกครั้ง
วิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.ลิเบอร์เรเตอร์ เปิดเผยว่า Fitch Ratings มีการปรับลดมุมมองความน่าเชื่อถือของไทย (Outlook) จาก มีเสถียรภาพ (Stable) ลงเป็น เชิงลบ (Negative) แต่ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating) ไว้ที่ BBB+ ซึ่งเหตุผลมาจากความเสี่ยงทางการคลัง ความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเรามองปัจจัยนี้อาจกระทบตลาดหุ้นและค่าเงินบาทในระยะสั้นแต่ไม่มากนัก ซึ่งจะคล้ายกับ Moody’s ที่มีการปรับมุมมองไทยลงมาก่อนแล้วในช่วงเดือน เม.ย.2568 คาด SET วันนี้ Sideways ในกรอบ 1270-1290 จุด
อย่างไรก็ดี SET ยังพอมีความหวังเข้ามาช่วยพยุงจากมาตรการภาครัฐฯ โดยวันนี้ด้านนายกรัฐมนตรี, ครม.คลัง และทีมเศรษฐกิจ เตรียมประชุมกับ FETCO ในประเด็น นโยบายตลาดทุนเพื่อเสริมพลังภาครัฐ และในต้นสัปดาห์หน้าคาดจะมีการแถลงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อรัฐสภาฯ ดังนั้นเรายังมองจังหวะนี้เป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ รายงานยอดการส่งออกของไทย เดือน ส.ค. ที่ 2.77 หมื่นล้านเหรียญ +5.8%y-y ต่ำกว่าตลาดคาดที่ +7% และลดลงจากเดือน ก.ค. ที่ +11% ส่วนด้านตัวเลขนำเข้าเร่งขึ้น +15.8%y-y ส่งผลให้ดุลการค้าเดือน ส.ค. ของไทยขาดดุลกว่า 1.96 พันล้านเหรียญ แย่กว่าตลาดคาดว่าจะเกินดุลราว 516 ล้านเหรียญ อาจกระทบค่าเงินบาทอ่อนค่าสั้น ส่วนแนวโน้มในช่วงถัดไปคาดการเติบโตของการส่งออกจะค่อยๆชะลอลง หลังจากการเร่งส่งออกไปส่วนหนึ่งก่อนการเริ่มมาตรการภาษีของทรัมป์
นอกจากนี้ทางด้าน
หุ้นแนะน CPALL คาดแนวโน้ม SSSG ในช่วงไตรมาส 3/68 จะทรงตัวถึงดีขึ้นเล็กน้อย สอดคล้องกับตัวเลขเดือน ก.ค. และ ส.ค. จากช่วงไตรมาส 2/68 ที่มี SSSG -0.8%y-y การควบคุมต้นค่าใช้จ่ายยังคงทำได้ดี และรักษาระดับของ GPM ได้ดี ขณะที่ Valuation ยังเทรดเพียง PE 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PE ในอดีตที่ราว 20 เท่า ยังมองเป็นโอกาสในการทยอยสะสม ราคาเป้าหมาย 65 บาท





