วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เอกชน แห่ออกหุ้นกู้สูงสุดรอบปี ตลาดจับตา สบน.ประชุม Market Dialog

เอกชน แห่ออกหุ้นกู้สูงสุดรอบปี  ตลาดจับตา สบน.ประชุม Market Dialog

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พบยอดขายหุ้นกู้ มีมูลค่า 133,000 แสนล้านบาท ถือเป็นเดือนแรกที่มียอดออกหุ้นกู้พลิกกลับมา “ออกขายสูงสุดในรอบปีนี้” ทำให้ในรอบ 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค. 2568) ยอดขายหุ้นกู้ มีมูลค่า 575,000 ล้านบาท ลดลง 10% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน มีมูลค่า 640,00 ล้านบาท ถือเป็นการลดลงที่ชะลอตัวลง จากช่วงครึ่งปีแรกเอกชนขายหุ้นกู้ลดลงถึง 19% หรือลดลงจากเดือนก.ค. ลดลงถึง 21%

สำหรับปัจจัยหนุนที่ทำให้เอกชนกลับมาเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มขึ้น เนื่องจากดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปีนี้ ปรับตัวลงมาค่อนข้างมากแล้ว ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ เครดิตเรตติ้งดี ได้เปรียบด้านต้นทุนดอกเบี้ยลดลง ใช้จังหวะนี้เป็นช่วงที่ดีกลับมาออกหุ้นกู้ในเดือนส.ค. และยังเห็นยอดแจ้งจะมีการเสนอขายต่อเนื่องในเดือนก.ย.นี้มากกว่า 80,000 ล้านบาท

เอกชน แห่ออกหุ้นกู้สูงสุดรอบปี  ตลาดจับตา สบน.ประชุม Market Dialog

ทั้งนี้ เดือนส.ค.2568 มีบริษัทขนาดใหญ่ออกขายหุ้นกู้ ได้แก่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ 38,000 ล้านบาท, บมจ.จี แคปปิตอล 18,000 ล้านบาท, บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น 18,000 ล้านบาท, บมจ.เมืองไทยแคปปิตอล 10,000 ล้านบาท , บมจ.ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) 9,800 ล้านบาท , บมจ.โตโยต้า ลีสซิ่ง 8,000 ล้านบาท,บมจ.เบทาโก้ 5,000 ล้านบาท และ บมจ.ศุภาลัย 2,000 ล้านบาท

ส่วนเดือนก.ย. 2568 มีบริษัทขนาดใหญ่ ที่ออกขายหุ้นกู้ ได้แก่ บมจ.ปตท. 20,000 ล้านบาท ซึ่งหุ้นกู้ปตท.ครบกำหนดไปแล้ว รอจังหวะดอกเบี้ยลงกลับมาเสนอขายหุ้นกู้ในช่วงนี้ ซึ่งผลตอบรับดีและมีความต้องการล้นหลาม นอกจากนี้ยังมี CPNREIT 6,000 ล้านบาท ,บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป 9,000 ล้านบาท , บมจ.บัตรกรุงไทย 5,000 ล้านบาท , บมจ. เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ 3,000 ล้านบาท

“ยอดออกหุ้นกู้ตั้งแต่ต้นปีนี้ลดลงมากต่อเนื่อง แต่ในเดือนส.ค. เอกชนกลับมาออกหุ้นกู้สูดสุดในรอบปีนี้ หลังจากตลาดมองดอกเบี้ยของไทยถึงจุดต่ำสุดแล้ว เป็นจังหวะที่ดีและความได้เปรียบต้นทุนดอกเบี้ยของบริษัทใหญ่ เรตติ้งดี กลับมาออกหุ้นกู้ ตลาดยังมีความต้องการซื้ออยู่มาก”

ด้านหุ้นกู้มีปัญหานั้น ปัจจุบันสถานการณ์หุ้นกู้มีปัญหายังเป็นปกติ และนักลงทุนเริ่มคุ้นเคยกับหุ้นกู้ขอยืดชำระหนี้ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นรายเดิมๆที่เคยขอยืดชำระหนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว

ส่วนแนวโน้มในระยะข้างหน้า ยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย มองว่าบริษัทขนาดใหญ่ มีความมั่นสูง เครดิตเรตติ้งดียังเดินหน้าต่อไปได้ นักลงทุนทั้งรายย่อยและสถาบันยังมีความต้องการซื้อสูง ช่วยซัพพอร์ตตลาดหุ้นกู้ในปีนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนเริ่มกลับมามากขึ้น แต่หากบริษัทที่เคยมีเครดิตเรตติ้งและงบการเงินที่ดีมาก่อน แต่เริ่มมีปัญหาชำระหนี้หุ้นกู้ เป็นกรณีที่เซอร์ไพร์สตลาดก็อาจตลาดตกใจได้ เราก็ยังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ ตลาดการเงินไทยยังไม่พบความผิดปกติ แม้ตลาดจะเกิดความกังวลจากการประชุม “Market Dialog” ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในวันนี้ (19 ก.ย.) ซึ่งตลาดคาด สบน. อาจประกาศวงเงินออกพันธบัตรรัฐบาลสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

กองทุนในประเทศเริ่มปรับพอร์ตลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง โดยมีการขายพันธบัตรระยะยาวออกจากพอร์ต และเริ่มกลับเข้าซื้อพันธบัตรระยะสั้นอีกครั้งวานนี้ (18 ก.ย.) สะท้อนการบริหารความเสี่ยงตามภาวะตลาด

นางสาวศิรินารถ อมรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ ThaiBMA เปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นอายุ 2 ปี ก่อนมีข่าวการประชุม สบน. อยู่ที่ 1.75% และปรับขึ้นเป็น 2.10% ณ 16 ก.ย. อย่างไรก็ตาม ล่าสุด (17 ก.ย.) ยีลด์เริ่มปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.04% สะท้อนสัญญาณการกลับเข้าซื้อของกองทุนอีกครั้งแล้ว

“เมื่อบอนด์ยีลด์ปรับขึ้นถึงจุดหนึ่งกองทุนมักจะปรับลดระยะเวลาการถือครองเป็นเรื่องปกติ ยังไม่พบสัญญาณการไหลออกของเงินทุน (Fund Run) แต่อย่างใด”

ทั้งนี้ การออกพันธบัตรของ สบน. ในอดีตมีทั้งช่วงที่ออกมากและน้อยสลับกันไป โดยหากออกมาก มักเห็นพฤติกรรมตลาดปรับพอร์ตคล้ายกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตาม ปีนี้มีปัจจัยภายนอกจากต่างประเทศที่ควบคุมไม่ได้ ทำให้ยีลด์ผันผวนและ มีความกังวลมากกว่าปกติ

โดยตลาดยังคงรอติดตามผลการประชุม Market Dialog ของ สบน. ซึ่งอาจมีการปรับลดตัวเลขออกพันธบัตรจากที่เคยประเมินไว้ เพื่อดูแลเสถียรภาพตลาดและลดความผันผวน ได้เช่นในอดีนที่ผ่านมา