"หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 11 ก.ย. 2568 เปิดตลาดปรับขึ้น 6.11 จุด หรือ 0.48% อยู่ที่ 1,284.16 จุด นักวิเคราะห์เผย รับแรงหนุน ครม.ใหม่ ด้านเงินเฟ้อสหรัฐฯ แผ่ว ดันลดดอกเบี้ย
KEY POINTS
- ตลาดหุ้นไทยเปิดบวก 6.11 จุด หรือ 0.48% มาอยู่ที่ 1,284.16 จุด โดยมีปัจจัยหนุนทั้งในและต่างประเทศ
- ปัจจัยในประเทศมาจากความเชื่อมั่นต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ (ครม.อนุทิน 1) ซึ่งตลาดมีความพึงพอใจกับรายชื่อบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้ง
- ปัจจัยต่างประเทศมาจากตัวเลขเงินเฟ้อภาคผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมที่ออกมาติดลบ 0.1% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
- ข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า โดย Fed Watch Tool ให้โอกาสลดดอกเบี้ย 0.25% สูงถึง 93%
ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 11 ก.ย. 2568 เปิดตลาดปรับขึ้น 6.11 จุด หรือ 0.48% อยู่ที่ 1,284.16 จุด มูลค่าการซื้อขาย 2,940.72 ล้านบาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และ นักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บล. ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าวันนี้มีความผันผวน แต่ยังคงเป็นลักษณะ sideway up โดยมีการประเมินกรอบดัชนีไว้ที่ 1270 - 1285 จุด โดยปัจจัยหนุนจากภายในประเทศ ที่สนับสนุนตลาดมาจาก คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือ ครม.อนุทิน 1 ตลาดมีความพึงพอใจกับบุคลากรหลายท่านใน ครม. ชุดนี้ เช่น ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ตลาดมีความเห็นตรงกันว่าชอบบุคคลเหล่านี้ และอยากให้ดำรงตำแหน่งนานกว่า 4 เดือน
ขณะที่ ปัจจัยหนุนจากต่างประเทศ มาจากข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯตัวเลขเงินเฟ้อภาคผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อวานนี้ ออกมาที่ -0.1% ซึ่งเป็นการอ่อนตัวและติดลบ ซึ่งการที่ตัวเลข PPI ออกมาติดลบนี้ ทำให้ราคาสินค้าและบริการอาจจะไม่แพงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีที่คาดได้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด น่าจะลดอัตราดอกเบี้ยอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในคืนนี้ยังคงต้องติดตามตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ อีกครั้ง แต่ส่วนตัวเชื่อว่า ตัวเลข CPI ก็น่าจะปรับตัวลดลงเช่นกัน ผลจากปัจจัยดังกล่าวทำให้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ โดยเฉพาะดัชนี S&P ปรับตัวสูงขึ้น
วิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า ปัจจัยในประเทศยังอยู่ในช่วงการฟอร์มทีมรัฐบาล และรอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยประเมินจังหวะย่อยังเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี ที่แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังยังเติบโต
ส่วนสหรัฐฯรายงานตัวเลขเงินเฟ้อผู้ผลิต (US PPI) เดือนสิงหาคม อยู่ในระดับที่ชะลอลงที่ -0.1%m-m , +2.6%y-y ลดจากเดือนกรกฎาคมที่ +0.7%m-m, +3.1%y-y และต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ +0.3%m-m, +3.3%y-y เช่นเดียวกับ Core PPI ที่ -0.1$m-m, +2.8%y-y ชะลอลง และต่ำกว่าคาดเช่นเดียวกัน ตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นแรงสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยของ FED ในการประชุมสัปดาห์หน้า โดยเครื่องมือ FED Watch Tool ให้โอกาส 93% ลดดอกเบี้ย 0.25% และอีก 7% คาดหวังการลดดอกเบี้ย 0.50%
ขณะที่ คืนนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวเลขสุดท้ายที่มีผลต่อการตัดสินใจของ FED เพิ่มเติมก่อนการประชุม FED ในสัปดาห์หน้า โดยตลาดคาด US CPI ขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ +2.9%y-y จาก +2.7%y-y และ US Core CPI คาดทรงตัวที่ +3.1%y-y
นอกจากนี้ การประชุม ECB ในคืนนี้ คาด ECB ยังคงดอกเบี้ยเงินฝาก, เงินกู้ และรีไฟแนนซ์ ที่ระดับเดิม ที่ 2.0%, 2.4%, 2.15% ตามลำดับ หลังจากปรับลดดอกเบี้ยตั้งแต่ช่วงกลางปี 2024 จนถึงปัจจุบันมาแล้ว 8 ครั้ง
ส่วน
หุ้นแนะนำวันนี้ ICHI คาดยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังจะกลับมาฟื้นตัวเด่นกว่าในครึ่งปีแรก รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นคาดจะดีขึ้นซึ่งได้แรงบวกจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ผู้บริหารคงเป้ายอดขายปีนี้ที่ระดับ 9.5 พันล้านบาท +12%y-y ขณะที่ Valuation ปัจจุบันเทรดเพียง PE 12.8 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่น่าดึงดูด ราคาเป้าหมาย 13.50 บาท




