วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (8 ก.ย.) ปิดบวก 1.31 จุด ลุ้นมาตรการ ‘กระตุ้นศก.'

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (8 ก.ย.) ปิดบวก 1.31 จุด ลุ้นมาตรการ ‘กระตุ้นศก.'

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (8 ก.ย.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,266.11 จุด เพิ่มขึ้น 1.31 จุด หรือ 0.10% "นักวิเคราะห์" ชี้ การเมืองมีความชัดเจนและนักลงทุนคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (8 ก.ย.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,266.11 จุด เพิ่มขึ้น 1.31 จุด หรือ 0.10% "นักวิเคราะห์" ชี้ เพราะการเมืองมีความชัดเจนและนักลงทุนคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยดัชนีฯ เคลื่อนไหวในแนวโน้มผันผวนตลอดวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,273.62 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,264.79 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 54,546.06 ล้านบาท

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (8 ก.ย.) ปิดบวก 1.31 จุด ลุ้นมาตรการ ‘กระตุ้นศก.'

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. GULF ราคาปิด 45.25 บาท ลดลง 2.25 บาท หรือ 4.74% มูลค่าซื้อขาย 3,815.64 ล้านบาท

2. CPALL ราคาปิด 48.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.58% มูลค่าซื้อขาย 3,330.03 ล้านบาท

3. CPAXT ราคาปิด 22.60 บาท เพิ่มขึ้น 2.80 บาท หรือ 14.14% มูลค่าซื้อขาย 2,475.12 ล้านบาท

4. KBANK ราคาปิด 172.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.18% มูลค่าซื้อขาย 2,179.97 ล้านบาท

5. PTT ราคาปิด 31.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.79% มูลค่าซื้อขาย 2,147.83 ล้านบาท

หุ้นไทยบวก คาดการณ์ครม.ใหม่เดินหน้าเร็ว กระตุ้นกลุ่มในประเทศ

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในทิศทางบวกตลอดวัน จากบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นหลังความชัดเจนทางการเมืองและการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่คาดว่าจะเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว

“หากมองจากแรงซื้อขาย จะเห็นว่าเกิดการสลับกลุ่มหุ้นจากกลุ่มที่อิงปัจจัยภายนอกมาสู่กลุ่มที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ จากความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก กลุ่มการเงิน และกลุ่มท่องเที่ยวที่ปรับตัวขึ้นจากการคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา”

สำหรับแนวโน้มวันพรุ่งนี้ (9 ก.ย.) มองเชิงบวกอย่างระมัดระวัง โดยมีแนวต้านที่ระดับ 1,290 จุด และแนวรับที่ 1,265 จุด ขณะที่กลุ่มหุ้นที่ขับเคลื่อนตลาดในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา อย่างกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้าง และปิโตรเคมี อาจมีแรงขายทำกำไรในระยะสั้น

ท้ายที่สุด นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์สลับกลุ่มหุ้น โดยเก็บกลุ่มบริโภค ค้าปลีก การเงิน และท่องเที่ยวที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐ แต่ระวังกลุ่มโรงไฟฟ้าที่อาจถูกกดดันจากนโยบายช่วยเหลือค่าครองชีพ ส่วนกลุ่มที่ขึ้นมามากแล้วควรติดตามขายทำกำไร พร้อมรอจังหวะเข้าลงทุนใหม่