วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยวันนี้ (3 ก.ย.) ปิดบวก 10.53 จุด จับตาการเมืองผันผวน

หุ้นไทยวันนี้ (3 ก.ย.) ปิดบวก 10.53 จุด  จับตาการเมืองผันผวน

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (3 ก.ย.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,259.31 จุด เพิ่มขึ้น 10.53 จุด หรือ 0.84% "นักวิเคราะห์" ชี้ หุ้นไทยผันผวนตามการเมืองที่ไม่แน่นอน

หุ้นไทยวันนี้ (3 ก.ย.) ตลาดหุ้นไทย ปิดเย็นอยู่ที่ 1,259.31 จุด เพิ่มขึ้น 10.53 จุด หรือ 0.84% โดย ดัชนีหุ้นไทย เคลื่อนไหวในแนวโน้มผันผวนตลอดวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,261.85 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,249.91 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 44,707.38 ล้านบาท

 

หุ้นไทยวันนี้ (3 ก.ย.) ปิดบวก 10.53 จุด  จับตาการเมืองผันผวน

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. PTT ราคาปิด 32.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.59% มูลค่าซื้อขาย 3,057.28 ล้านบาท

2. CPALL ราคาปิด 47.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 3.30% มูลค่าซื้อขาย 2,819.19 ล้านบาท

3. ADVANC ราคาปิด 298.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.67% มูลค่าซื้อขาย 1,572.36 ล้านบาท

4. BDMS ราคาปิด 20.60 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 0.48% มูลค่าซื้อขาย 1,488.60 ล้านบาท

5. DELTA ราคาปิด 151.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 2.72% มูลค่าซื้อขาย 1,484.14 ล้านบาท

ตลาดหุ้นไทยผันผวนท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ผันผวนในทิศทางปรับตัวขึ้นตลอดทั้งวัน แต่มีสัญญาณลดช่วงบวกลงมา โดยปัจจุบันตลาดยังคงอยู่ในโซนติดตามเทรนด์การเมืองที่ยังมีความคลุมเครือ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองระหว่างพรรคต่างๆ รวมถึงกระแสของพรรคประชาชนที่อาจสนับสนุนฝั่งภูมิใจไทย และการใช้มุขเรื่องการยุบสภาจากฝั่งเพื่อไทย

สาเหตุหลักของความผันผวนนี้เกิดจากความไม่แน่นอนในหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. ความคลุมเครือเกี่ยวกับอำนาจของนายกรัฐมนตรีรักษาการในการยุบสภา
  2. กรณีของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่อยู่ในช่วงคาบเกี่ยวการพ้นจากตำแหน่ง

"ความไม่แน่นอนเหล่านี้ทำให้ตลาดพยายามรอดูทิศทางสู่การเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นในปีนี้หรือปีหน้า ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นมีทิศทางแกว่งไปมา คล้ายคลึงกับหุ้น STECON ซึ่งเป็น Proxy ของพรรคภูมิใจไทยที่ขึ้นลงสลับกันทั้งวัน"

สำหรับแนวรับแนวต้านในวันพรุ่งนี้ (4 ก.ย.) หากดัชนีอยู่ในโซน 1,250 จุด แนวรับสำคัญคือ 1,240 จุด ตรงเส้น 200 วัน ซึ่งยังคงเป็นแนวรับที่มีนัยสำคัญและน่าจะมีเงินลงทุนเข้ามาสะสม ส่วนแนวต้านหากปิดในโซน 1,250 จุด จะอยู่ที่ 1,260 จุด แต่หากปิดเหนือ 1,255 จุด แนวต้านจะเลื่อนขึ้นไปที่ 1,270 จุด

ในสถานการณ์ปัจจุบัน นายวิจิตรแนะนำใช้กลยุทธ์ "Wait and See" มากกว่าการเก็งกำไรไล่ราคา โดยรอซื้อเมื่อตลาดอ่อนตัว เนื่องจากยังมีความคาดหวังในระยะกลาง หุ้นที่น่าสนใจได้แก่ กลุ่มไฟฟ้า โรงพยาบาล และค้าปลีก ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากกระแสการเลือกตั้งที่อาจกระตุ้นการใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังผลกระทบจากนักลงทุนต่างชาติที่อาจไม่ชื่นชอบความไม่มั่นคงทางการเมือง