วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

หุ้นไทยวันนี้ (21 ส.ค.) ปิดตลาดหุ้น ลบ 3.34 จุด ขาดปัจจัยกระตุ้น

หุ้นไทยวันนี้ (21 ส.ค.) ปิดตลาดหุ้น ลบ 3.34 จุด ขาดปัจจัยกระตุ้น

หุ้นไทยวันนี้ (21 ส.ค.) ปิดตลาดหุ้นไทยเย็นอยู่ที่ 1,244.79 จุด ลดลง 3.34 จุด หรือ 0.27% "นักวิเคราะห์" ชี้ นักลงทุนจับตาตัดสินคดีนายกฯ สัปดาห์หน้า และขาดปัจจัยกระตุ้น

หุ้นไทยวันนี้ (21 ส.ค.) ตลาดหุ้นไทย ปิดเย็นอยู่ที่ 1,244.79 จุด ลดลง 3.34 จุด หรือ 0.27% โดย ดัชนีหุ้นไทย เคลื่อนไหวในแนวโน้มผันผวนตลอดวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,254.52 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,243.53 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 49,166.32 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ (21 ส.ค.) ปิดตลาดหุ้น ลบ 3.34 จุด ขาดปัจจัยกระตุ้น

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. PTTGC ราคาปิด 28.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.60 บาท หรือ 14.75% มูลค่าซื้อขาย 3,463.06 ล้านบาท

2. SCC ราคาปิด 227.00 บาท เพิ่มขึ้น 11.00 บาท หรือ 5.09% มูลค่าซื้อขาย 2,798.46 ล้านบาท

3. KBANK ราคาปิด 167.00 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 1.47% มูลค่าซื้อขาย 2,770.38 ล้านบาท

4. THAI ราคาปิด 12.00 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 11.11% มูลค่าซื้อขาย 2,742.44 ล้านบาท

5. PTT ราคาปิด 32.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 0.00 บาท หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 2,339.17 ล้านบาท

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ในช่วงบ่ายดัชนีปรับตัวเป็นลบ สะท้อนถึงการขาดทิศทางที่ชัดเจนของนักลงทุน ตลาดยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้ม Sideways อยู่ในกรอบเดิม สาเหตุหลักมาจากปัจจัยการเมืองที่นักลงทุนรอติดตามการพิจารณาคดีของนายกรัฐมนตรีในวันศุกร์หน้า และการรอฟังแนวทางนโยบายดอกเบี้ยจากประธานเฟด รวมถึงผลกระทบจาก MSCI Rebalancing ที่คาดเงินทุนไหลออกประมาณ 200 ล้านดอลลาร์

แนวโน้มวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) คาดว่าตลาดยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกัน เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาชี้นำ และไม่สามารถทะลุระดับต้าน 1,260 จุดได้ โดยแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,230 จุด และแนวต้านอยู่ที่ 1,255-1,260 จุด ตลาดยังอยู่ในช่วงการปรับฐานและรอความชัดเจนจากปัจจัยสำคัญต่างๆ

คำแนะนำการลงทุนในระยะสั้นควรใช้ความระมัดระวังและรอความชัดเจน ส่วนระยะกลาง-ยาว นักวิเคราะห์แนะนำหุ้นกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL และ BJC ที่มีแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก และหุ้น SYNEX ที่ราคายังอยู่ในเกณฑ์สมเหตุสมผล เหมาะสำหรับการสะสมระยะยาว