วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (13 ส.ค.) ปิดบวก 18.36 จุด อานิสงส์ กนง.ลดดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (13 ส.ค.) ปิดบวก 18.36 จุด อานิสงส์ กนง.ลดดอกเบี้ย

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (13 ส.ค.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,277.43 จุด เพิ่มขึ้น 18.36 จุด หรือ 1.46% "นักวิเคราะห์" ชี้ SET แกว่งตัวบวกทั้งวัน หลังจีน-สหรัฐ ขยายเจรจาการค้า และ กนง.ลดดอกเบี้ยหนุนเซนติเมนต์

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (13 ส.ค.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,277.43 จุด เพิ่มขึ้น 18.36 จุด หรือ 1.46% โดยดัชนีฯ เคลื่อนไหวในแนวโน้มผันผวนตลอดวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,280.16 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,263.93 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 70,060.31 ล้านบาท

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (13 ส.ค.) ปิดบวก 18.36 จุด อานิสงส์ กนง.ลดดอกเบี้ย ภาวะหุ้นไทยวันนี้ (13 ส.ค.)

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. THAI ราคาปิด 16.10 บาท เพิ่มขึ้น 1.40 บาท หรือ 9.52% มูลค่าซื้อขาย 4,435.88 ล้านบาท

2. DELTA ราคาปิด 154.00 บาท เพิ่มขึ้น 10.00 บาท หรือ 6.94% มูลค่าซื้อขาย 3,997.53 ล้านบาท

3. KBANK ราคาปิด 169.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.60% มูลค่าซื้อขาย 2,529.71 ล้านบาท

4. KTB ราคาปิด 24.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 1.24% มูลค่าซื้อขาย 2,404.65 ล้านบาท

5. BDMS ราคาปิด 22.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือ 3.62% มูลค่าซื้อขาย 2,177.66 ล้านบาท

อานิสงส์ 'จีน-สหรัฐ' ขยายเจรจาการค้า กนง.ลดดอกเบี้ยหนุนเซนติเมนต์

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตลอดทั้งวันหลังได้รับปัจจัยบวกจากต่างประเทศและในประเทศ โดยเฉพาะข่าวที่สหรัฐ-จีนขยายระยะเวลาเจรจาการค้าออกไปอีก 90 วัน ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างเศรษฐกิจอันดับ 1-2 ของโลก ประกอบกับสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนตัวลงทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ขณะที่ในประเทศคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 

แนวโน้มวันพรุ่งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าตลาดยังคงมีโมเมนตัมบวก โดยมีแนวรับที่ระดับ 1,260 จุด และแนวต้านระยะสั้นที่ 1,280 จุด (ไฮเดิมสัปดาห์ที่แล้ว) หากสามารถผ่านแนวต้านนี้ได้ จะมีเป้าหมายต่อไปที่ 1,300 จุด โดยภาพรวมยังรักษาเทรนด์เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวต่อเนื่อง

คำแนะนำการลงทุน แม้ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ P/E Ratio ยังอยู่ในโซนกลางที่ประมาณ 14 เท่า ยังไม่ถึงค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 15 เท่า จึงยังมีพื้นที่ในการขึ้นต่อ แนะนำใช้จังหวะปรับตัวลงมาเป็นโอกาสสะสม โดยเฝ้าดูเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันเป็นแนวรับสำคัญ สำหรับการเลือกหุ้นควรมองหากิมมิกเฉพาะ เช่น หุ้นที่มีผลประกอบการดีในครึ่งหลังปี หรือหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ย

หุ้นแนะนำ กลุ่มการเงิน-ธนาคาร และกลุ่มไฟฟ้า โดยเฉพาะ RATCH และ GPSC สำหรับหุ้นขนาดกลาง-เล็ก แนะนำ BCPG ที่จะได้ประโยชน์จากราคาไฟฟ้าในสหรัฐที่ปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เดือนมิ.ย. ส่วนหุ้นใหม่ไฮไลท์ THAI ที่คาดว่าจะแกว่งในกรอบ 12-15 บาท หากเกิน 15 บาทถือว่าเริ่มแพง แต่ยังคงเป็นหุ้นที่น่าติดตามในระยะสั้น