ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (26 พ.ค.) บวก 2.07 จุด ไซด์เวย์รอผ่าน ‘งบฯ ปี 69’

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (26 พ.ค.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,178.43 จุด เพิ่มขึ้น 2.07 จุด หรือ 0.18% "นักวิเคราะห์" ชี้ หุ้นไทยเคลื่อนไหวไซด์เวย์เหตุนักลงทุนรอจับตาการผ่านงบฯ ปี 2569
"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (26 พ.ค.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,178.43 จุด เพิ่มขึ้น 2.07 จุด หรือ 0.18% โดยดัชนีฯ เคลื่อนไหวผันผวนทั้งวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,180.03 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,168.17 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 27,576.91 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. DELTA ราคาปิด 111.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 3.24% มูลค่าซื้อขาย 1,760.59 ล้านบาท
2. CPALL ราคาปิด 47.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.00 บาท หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,355.17 ล้านบาท
3. TRUE ราคาปิด 12.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 0.79% มูลค่าซื้อขาย 1,200.10 ล้านบาท
4. KBANK ราคาปิด 163.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.30% มูลค่าซื้อขาย 1,004.76 ล้านบาท
5. EA ราคาปิด 3.22 บาท เพิ่มขึ้น 0.28 บาท หรือ 9.52% มูลค่าซื้อขาย 980.59 ล้านบาท
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ประสบกับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทำให้นักลงทุนอยู่ในภาวะรอดูสถานการณ์ โดยเฉพาะการรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญและความเคลื่อนไหวทางการเมือง
จากข้อมูลที่เปิดเผยเมื่อเช้าวันนี้ ตัวเลขการส่งออกเดือนเมษายนปรับตัวลงประมาณ 10% ซึ่งชะลอลงมากกว่าที่คิดเล็กน้อย สาเหตุหลักมาจากการที่ผู้ประกอบการเร่งนำเข้าสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษีการค้าของสหรัฐอมเริกา
นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจับตาคือการพิจารณางบประมาณประจำปี 2569 ในวันที่ 28-30 พฤษภาคม แม้ว่าโอกาสที่รัฐบาลจะล้มหรือมีการยุบสภาก่อนกำหนดจะมีน้อยมาก แต่ความล่าช้าในการออกงบประมาณก็ส่งผลกระทบต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับงบลงทุนของรัฐ
"แม้โอกาสที่งบประมาณจะไม่ผ่านหรือเกิดการยุบสภาจะมีน้อยมาก แต่นักลงทุนยังคงมีความกังวลต่อความล่าช้าของกระบวนการ"
มากไปกว่านั้น ในช่วงนี้หุ้นที่อิงปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ค่อยมีผลงานที่โดดเด่น ในขณะที่หุ้นที่อิงปัจจัยภายนอก เช่น กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี กลับมีการปรับตัวที่ดีขึ้น แม้จะยังไม่ใช่ขาขึ้นอย่างชัดเจน แต่ตลาดเริ่มเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มนี้เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้น
ทั้งนี้ ปัจจัยที่นักลงทุนควรติดตามประกอบด้วย
- การพิจารณางบประมาณ 2569 ในวันที่ 28-30 พฤษภาคม
- ตัวเลขเศรษฐกิจที่จะออกมาในช่วงต่อไป
- ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่สอง
- นโยบายภาษีการค้าของสหรัฐอมเริกา







