วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

หุ้นญี่ปุ่น โตไม่เร็ว แต่ปันผลดี เตรียมพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากเงินฝืด

หุ้นญี่ปุ่น โตไม่เร็ว แต่ปันผลดี เตรียมพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากเงินฝืด

บล.ลิเบอเรเตอร์ เผย หุ้นญี่ปุ่น โตไม่เร็ว แต่ปันผลดี หลังกำลังจะหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืด ขณะที่กฎหมายใหม่ Governance Reform ทำให้ผู้ลงทุนได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น และ Bloomberg ระบุ มีเงินเข้าหุ้นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านล้านเยน

บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) ระบุว่า เมื่อ 2 เม.ย.2568 อเมริกาได้ประกาศ มาตรการตอบโต้ ภาษีการค้า (Reciprocal tariff) ทำให้ทั่วโลกกำลังจะเจอภาษีการค้า 20-90% ภาษีใหม่ที่อเมริกาประกาศทำให้ของที่นำเข้าแพงขึ้นทันตาเห็น คนที่ขายของไปอเมริกาอย่างเวียดนาม อินเดียเจอหนักแน่ เพราะลูกค้าก็ต้องไปหาของที่ถูกกว่าที่อื่นแทน พอเป็นแบบนี้ตลาดหุ้นหลายๆ ประเทศก็เริ่มกังวลกัน ตัวเลขการเติบโตของทั้งสหรัฐอเมริกาและจีนก็ออกมาไม่สู้ดีนักทั้งคู่ ตลาดตอนนี้เลยอยู่ในช่วง หาที่ลงทุนใหม่ที่ปลอดภัยขึ้นมาหน่อย ไม่ใช่คู่กรณี 2 ประเทศหลักแบบอเมริกาและจีน

ทั้งนี้ คนกำลังมองหาหุ้นที่ปลอดภัย เน้นขายของในประเทศเพราะภาษีการค้าจะเกิดขึ้นกับหุ้นที่ส่งออก เช่น รถยนต์ญี่ปุ่น, ชิ้นส่วนชิปส์, แร่หายาก ดังนั้น ถ้าเราจะหลบภัยตอนนี้ เราต้องหา หุ้นที่เน้นขายของในประเทศ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนก็ยังต้องกินต้องใช้บริการธุรกิจเหล่านี้ เช่น ธนาคาร สถาบันการเงินในประเทศ, ร้านค้าปลีก, ขายของกิน ซึ่งญี่ปุ่นมีหุ้นกลุ่มพวกนี้ซ่อนอยู่และกำลังทำได้ดีด้วย
 

ซึ่ง หุ้นญี่ปุ่น เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ที่คนลงทุนน้อย เพราะ เศรษฐกิจญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ไม่เซ็กซี่ หุ้นไม่เติบโต จะซื้อพันธบัตรก็ได้ดอกเบี้ยต่ำ เทียบกับที่อื่นแล้ว กู้เงินญี่ปุ่นไปลงทุนที่อื่นยังจะดีกว่า แต่ในตอนนี้ที่คนมองหาตลาดที่ปลอดภัยขึ้น ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ดันมีนักลงทุนถือหุ้นน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้วที่อื่นๆ ในขณะที่คนส่วนใหญ่ นำเงินไปใส่หุ้นอเมริกาเอาไว้ หุ้นญี่ปุ่นมีคนถือเพียงแค่ 14% เท่านั้นแบบนี้ทั้งพื้นฐานและ Flow เงินก็เข้าทางญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีโอกาสเจรจาจบไว ท่าทีของสหรัฐอเมริกาตอนนี้ เริ่ม "ร้อนรน" แล้วเจรจากับหลายๆ ประเทศมากขึ้น ล่าสุดสหรัฐอเมริกาได้ตกลงทางการค้ากับอังกฤษไปแล้วเรียบร้อย พันธมิตรของอเมริกาแบบญี่ปุ่นก็มีแนวโน้มที่จะเจรจาได้ และลดภาระภาษีเหลือ 10% แทนที่จะโดน 26% ตอนนี้ แต่ญี่ปุ่นเองก็ต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศอยู่แล้ว ญี่ปุ่นสามารถใช้เรื่องนี้เป็นแกนในการตกลงเจรจาได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาที่อเมริกาบอกว่ายกเว้นให้ก่อน 90 วัน (หมดเวลายกเว้นช่วง 10 ก.ค. 68) เราเลยเริ่มเห็นหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นมาบ้าง

จากวันที่ 8 เม.ย.จนถึงวันที่ 6 พ.ค. 68

  • ดัชนี S&P500 ของอเมริกาขึ้นมาแล้ว 13%
  • ดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงขึ้นมาแล้ว 13.18%
  • ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นขึ้นมาแล้ว 14.36% ญี่ปุ่นปรับตัวดีที่สุด 
  • ดัชนี SET ของไทยขึ้นมาแล้ว 10.71%

ทั้งนี้หุ้นญี่ปุ่น โตไม่เร็ว แต่ปันผลดี มีปัจจัยผลักดันให้โตขึ้น 3 เรื่องหลัก

1.ญี่ปุ่นกำลังจะหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืด ซึ่งญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ติดหล่มในยุคเงินฝืด คนญี่ปุ่นไม่กล้าเอาเงินออกมาใช้จ่าย มาลงทุนกัน และขณะนี้หลังจากที่ข้าวของเริ่มแพงขึ้น เงินเดือนของคนญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้น คนเริ่มใช้เงินมากขึ้น ความหวังที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังจะหลุดพ้นจากภาวะ "ทศวรรษที่สูญหาย" ทำให้คนเริ่มมั่นใจกับญี่ปุ่นมากขึ้น

2.กฎหมายใหม่ Governance Reform ทำให้ผู้ลงทุนได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น

ตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นได้มีนโยบายใหม่มาสนับสนุนเพิ่ม โดยกำหนดให้บริษัทฯ ที่อยู่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่น 

เปิดเผยข้อมูลให้กับนักลงทุนมากขึ้น ต้องมีฉบับภาษาอังกฤษให้นักลงทุนต่างประเทศ
ถ้ามี P/BV ต่ำกว่า 1 จะต้องจ่ายปันผล หรือ ปรับโครงสร้างบริษัทฯ ให้ทำกำไรได้เพิ่มขึ้น
ถ้าไม่มีแผนทำกำไรเพิ่ม แนะนำให้บริษัทฯ ประกาศแผนซื้อหุ้นคืน หรือ จ่ายปันผล  
ปัจจุบันหุ้นปันผลชั้นดีของญี่ปุ่นมี อัตราเงินปันผล 
การซื้อหุ้นคืนจะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้ และตัวเลขสำคัญที่สุดอย่าง กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้น

3.มีเงินแห่ไหลเข้าญี่ปุ่น เหมือนกับกำลังหลบพายุ  Bloomberg ระบุว่ามีเงินเข้าหุ้นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านล้านเยน และ พันธบัตรญี่ปุ่น 6.1 ล้านล้านเยน ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ญี่ปุ่นตอนนี้มี EPS เติบโตขึ้นและ P/E ยังต่ำ ราคายังไม่แพง และEPS โตขึ้น P/E ยังต่ำ แบบนี้อาจเป็นโอกาสรอบใหญ่ได้เลยหรือเปล่า?

ทั้งนี้ อยากลงทุนให้ปลอดภัย กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ช่วยได้ กองทุน ONE-UJE-RA กองทุนนี้เป็น Feeder Funds ที่จะโยกเงินไปปรับสัดส่วน เลือกหุ้นญี่ปุ่นที่เหมาะสมกับช่วงนั้นๆ มาให้ ซึ่งในขณะนี้คนมองหาความปลอดภัยจะเน้นหาหุ้นพื้นฐานดี เน้นค้าขายในประเทศเป็นหลัก บริษัทฯ ที่กองทุนนี้ถืออยู่ เช่น โซนี่, มิตซูบิชิ, โตเกียวมารีน, ยูนิโคล่

โดยมุมมองทางเทคนิค ถ้าเราประเมินจากดัชนี Nikkei ซึ่งเป็นตัวแทนหุ้นญี่ปุ่น แนวต้าน 37,000-40,700 จุด แนวรับ 35,000 จุด / 30,500 จุด / 26,000 จุด ดังนั้น ถ้าจะมองหาจังหวะลงทุน เราควรมองหาสัญญาณกลับตัวที่แนวรับทั้ง 3 ระดับ 

เริ่มต้นลงทุนกองทุนนี้ด้วยเงิน 120,000 บาท ตั้งแต่ปี 2021 ตอนนี้มีเท่าไหร่?

มาลองดูกันว่าถ้าเราย้อนกลับไปได้ มี 3 ทางเลือก ตอนนี้จะมีเงินเท่าไหร่

  • Lumpsum มีเงินก้อน พร้อมลงทุนทีเดียวเลย 120,000 บาท
  • DCA ทยอยเก็บเงินเดือนละนิดๆ แล้วทยอยลงทุนระยะยาว เดือนละ 2,500 บาท
  • ไม่ลงทุนเลย ยอมสู้กับเงินเฟ้อ เงินสดเรามูลค่าจะลดลงไป 5%