"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (6 พ.ค.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,187.86 จุด ลดลง 11.12 จุด หรือ 0.93% "นักวิเคราะห์" ชี้ หุ้นไทยได้รับแรงกดดันจากสงครามการค้าและราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง
"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (6 พ.ค.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,187.86 จุด ลดลง 11.12 จุด หรือ 0.93% โดยดัชนีฯ เคลื่อนไหวผันผวนทั้งวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,201.04 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,187.86 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 43,520.58 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- KBANK ราคาปิด 162.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.89% มูลค่าซื้อขาย 3,818.62 ล้านบาท
- PTTEP ราคาปิด 94.75 บาท ลดลง 2.75 บาท หรือ 2.82% มูลค่าซื้อขาย 2,459.22 ล้านบาท
- KTB ราคาปิด 22.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ 1.38% มูลค่าซื้อขาย 2,288.66 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 297.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.68% มูลค่าซื้อขาย 2,277.17 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 100.00 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 1.48% มูลค่าซื้อขาย 2,117.40 ล้านบาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอร์เรเตอร์ กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงวันนี้มาจากสถานการณ์สงครามการค้าที่ยังคงมีความไม่แน่นอน โดยท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงของการพักฐาน นอกจากนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องหลังจากกลุ่มโอเปกเพิ่มกำลังการผลิต ทำให้ตลาดยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ
สำหรับแนวโน้มตลาดวันพรุ่งนี้ (7 พ.ค.) คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,180-1,220 จุด ซึ่งอยู่ระหว่างเส้นค่าเฉลี่ย 25 วันและ 75 วัน โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,180 จุด หากดัชนีหลุดระดับนี้อาจเป็นสัญญาณไม่ดีสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น และควรพิจารณาตัดขาดทุน ส่วนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,200 จุดเป็นแนวต้านแรก และ 1,220 จุดเป็นแนวต้านถัดไป ตลาดยังคงรอปัจจัยใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จะมาสนับสนุนทิศทางการลงทุนในระยะถัดไป
ด้านคำแนะนำการลงทุน นายวิจิตรแนะนำให้เลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มผลประกอบการที่ดี สำหรับหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่น่าสนใจ ได้แก่ MONO ซึ่งมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ได้ประโยชน์จากลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกที่กำลังจะเปลี่ยนฤดูกาล ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดสมาชิก MONOMAX ในไตรมาส 3
ส่วนหุ้นขนาดใหญ่ที่น่าสนใจ ได้แก่ SCG ซึ่งมีผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดี อาจได้ประโยชน์จากการเร่งส่งออกในระยะสั้นจากสถานการณ์สงครามการค้า โดยเฉพาะธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มที่ดี และ ADVANC ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มสื่อสารที่มีความมั่นคง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์แนะนำให้ลงทุนด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากตลาดได้ปรับตัวขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว และอาจอยู่ในช่วงพักฐานเพื่อทดสอบแนวรับ





