ดัชนีดาวโจนส์ พุ่ง 500 จุด หลังการจ้างงานดีเกินคาด

หุ้นสหรัฐ ดัชนีดาวโจนส์ พุ่ง 500 จุด S&P 500 ขึ้นยาวนานสุดในรอบ 20 ปี ขณะที่หุ้นฟื้นตัวกลับจากการร่วงลงเพราะกังวลภาษีศุลกากร
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า หุ้นสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นในวันศุกร์( 2 พ.ค.) เนื่องจากวอลล์สตรีทย่อยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนเมษายนที่ดีเกินคาด ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลต่อภาวะ เศรษฐกิจถดถอย และช่วยให้ ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นหลายวันติดต่อกันยาวนานสุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ
ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.47% ปิดที่ 5,686.67 จุด ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 9 ของดัชนีตลาดโดยรวม และเป็นการปรับตัวขึ้นหลายวันสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2547
ดัชนีอุตสาหกรรม ดาวโจนส์ พุ่งขึ้น 564.47 จุด หรือ 1.39% ปิดที่ 41,317.43 จุด ด้าน ดัชนี Nasdaq Composite พุ่งขึ้น 1.51% ปิดที่ 17,977.73 จุด
จากการพุ่งขึ้นในวันศุกร์ ทำให้ดัชนี S&P 500 สามารถฟื้นตัวกลับมาทั้งหมดจากการร่วงลงตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีแบบ “ตอบโต้”
ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน Nasdaq ซึ่งเน้นด้านเทคโนโลยี ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกันในการกลับมาเช่นกัน
ตัวเลขการจ้างงาน เพิ่มขึ้น 177,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์สำรวจโดยบริษัทดาวโจนส์คาดการณ์ไว้ที่ 133,000 ตำแหน่ง ตัวเลขดังกล่าวยังคงลดลงอย่างมากจาก 228,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม แต่ดีกว่าที่คาดไว้มาก หลังจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยสูงขึ้นมากในเดือนที่แล้ว อัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.2% สอดคล้องกับที่คาดไว้
“ตลาดโล่งใจในเช้านี้ เนื่องจากข้อมูลการจ้างงานออกมาดีกว่าที่คาด” คริส แซกคาเรลลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของบริษัทจัดการกองทุน Northlight Asset Management กล่าว “แม้ว่าความกลัวต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะยังคงไม่หายไปเสียทั้งหมด แต่กระแสการซื้อในช่วงขาลงยังคงดำเนินต่อไปได้ อย่างน้อยจนกว่าการระงับเก็บภาษีจะสิ้นสุดลง”
ก่อนรายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่ง นักลงทุนมีความหวังหลังจากจีนกล่าวว่ากำลังประเมินความเป็นไปได้ในการเริ่มเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ทางการจีนยังคงยืนยันว่าสหรัฐฯ ควรยกเลิกภาษีศุลกากรฝ่ายเดียวทั้งหมด โดยระบุในแถลงการณ์ว่า “หากสหรัฐฯ ต้องการพูดคุย ก็ควรแสดงความจริงใจและเตรียมพร้อมที่จะแก้ไขการปฏิบัติที่ผิดและยกเลิกภาษีศุลกากรฝ่ายเดียว” ในเวลาต่อมา รายงานจากหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal ระบุว่าปักกิ่งเปิดกว้างสำหรับการเจรจาการค้า
นอกจากนี้นักลงทุนยังประเมินรายงานผลประกอบการของสมาชิกหุ้น 7 นางฟ้า “Magnificent Seven” สองราย โดยที่ราคาหุ้น Apple ร่วงลง 3.7% หลังจากรายงานรายรับไตรมาสที่สองของปีงบประมาณจากแผนกบริการซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ นอกจากนี้ ผู้ผลิต iPhone ยังกล่าวว่าคาดว่าต้นทุนจะเพิ่ม 900 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสปัจจุบันเนื่องจากภาษีศุลกากร ในขณะเดียวกัน ด้านหุ้นของ Amazon ลดลงเล็กน้อยหลังจากบริษัทออกแนวโน้มรายได้ที่ชะลอลง โดยอ้าง “ภาษีศุลกากรและนโยบายการค้า” เป็นปัจจัยสำคัญ
“เราได้เห็นแล้วว่าตลาดการเงินจะตอบสนองอย่างไรหากรัฐบาลเดินหน้าต่อไปกับแผนภาษีเบื้องต้น ดังนั้น หากรัฐบาลไม่ดำเนินการในแนวทางอื่นในเดือนกรกฎาคม เมื่อการหยุดชั่วคราว 90 วันไม่เก็บภาษีสิ้นสุดลง เราก็จะเห็นการเคลื่อนไหวของตลาดคล้ายกับสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน” ซัคคาเรลลีกล่าว
หุ้นฟื้นตัวกลับอย่างไม่น่าเชื่อนับตั้งแต่ทรัมป์ประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่าเขาจะลดอัตราภาษีใหม่สำหรับประเทศส่วนใหญ่ลงชั่วคราวเป็น 10% เป็นเวลา 90 วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดมีแรงกระตุ้นในช่วงหลัง ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผลประกอบการที่มั่นคงออกมา
ดัชนีหลักทั้งสามปิดบวกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สอง โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.9% ต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์กว่า 7% หลังจากเคยลดลงเกือบ 20% ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 3% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 3.4%







