วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 เม.ย.) บวก 4.67 จุด ผันผวน รอความชัดเจนภาษีทรัมป์

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 เม.ย.) บวก 4.67 จุด ผันผวน รอความชัดเจนภาษีทรัมป์

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (2 เม.ย.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,172.69 จุด เพิ่มขึ้น 4.67 จุด หรือ 0.40% "นักวิเคราะห์" ชี้ ดัชนีฯ ฟื้นตัวหลังนักลงทุนกังวลภาษีทรัมป์น้อยลง คาดพรุ่งนี้แกว่งทดสอบแนวรับอยู่ที่ 1,166.59 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,176.84 จุด

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (2 เม.ย.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,172.69 จุด เพิ่มขึ้น 4.67 จุด หรือ 0.40% โดยดัชนีฯ เคลื่อนไหวผันผวนทั้งวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,176.84 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,166.59 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 24,927.22 ล้านบาท

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 เม.ย.) บวก 4.67 จุด ผันผวน รอความชัดเจนภาษีทรัมป์

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. KBANK ราคาปิด 164.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.31% มูลค่าซื้อขาย 1,303.72 ล้านบาท
  2. CPALL ราคาปิด 50.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.50% มูลค่าซื้อขาย 1,126.91 ล้านบาท
  3. PTT ราคาปิด 32.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.78% มูลค่าซื้อขาย 1,052.16 ล้านบาท
  4. ADVANC ราคาปิด 277.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 1.42% มูลค่าซื้อขาย 971.62 ล้านบาท
  5. PTTEP ราคาปิด 118.00 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 2.48% มูลค่าซื้อขาย 960.83 ล้านบาท

หุ้นไทยฟื้นตัวท่ามกลางการจับตา 'ภาษีทรัมป์'

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ ให้สัมภาษณ์กรุงเทพธุรกิจว่า หุ้นไทยอยู่ในช่วงแกว่งตัวเพื่อรอความชัดเจนของนโยบายใหม่ โดยเฉพาะประเด็นการขึ้นภาษีนำเข้าที่จะประกาศในวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งตรงกับช่วงตี 3 วันที่ 3 เม.ย.​ ของประเทศไทย แม้จะมีความกังวลเรื่องนโยบายของทรัมป์ในระยะแรก แต่มีสัญญาณว่าจะมีการประนีประนอมมากขึ้น

นอกจากนี้ หุ้นไทยยังได้รับแรงกดดันระยะสั้นจากประเด็น "แผ่นดินไหวในภูมิภาค" อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มมีการปรับตัวและซึมซับข่าวเหล่านี้ไปบ้างแล้ว

แนวโน้มระยะสั้นและแนวรับแนวต้าน

นายวิจิตรให้มุมมองเรื่องแนวรับแนวต้านของดัชนีในระยะสั้นว่า:

  • แนวรับอยู่ที่ 1,160 จุด
  • แนวต้านอยู่ที่ 1,180-1,200 จุด

"ด้านล่างผมประเมินแนวรับที่ 1,160 จุด เนื่องจากสัญญาณเทคนิคเกิดภาวะไดเวอร์เจนท์ คือดัชนีทำจุดต่ำใหม่ที่ 1,157 จุด แต่อินดิเคเตอร์ไม่ได้ทำจุดต่ำสุดใหม่ เป็นสัญญาณขัดแย้งที่บ่งชี้โอกาสเกิดแรงซื้อกลับในระยะสั้น" นายวิจิตรวิเคราะห์

ด้านคำแนะนำการลงทุน นายวิจิตรแนะนำให้นักลงทุนพิจารณากลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก "แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง" โดยเฉพาะกลุ่มการเงิน ซึ่งวันนี้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 2-3% ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก แนวโน้มดอกเบี้ยขาลงยังอยู่ในทิศทางเดิม แม้จะมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากนโยบายของทรัมป์, เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ค่อยแข็งแกร่ง โดยภาคการผลิตยังหดตัว และภาครัฐไทยพยายามแก้ไขปัญหาหนี้ ซึ่งจะช่วยลดระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)

หุ้นรายตัวที่น่าสนใจ

สำหรับคำแนะนำในการลงทุนเขามองว่ามีสองกลุ่มคือ กลุ่มการเงิน ได้แก่ MTC และ JMT รวมไปถึง กลุ่มสื่อและความบันเทิงอย่าง MONO ที่ได้รับสิทธิ์ถ่ายทอดพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า ร่วมกับ JASS