วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

"หุ้นไทย" แกว่งตัวปิดช่วงเช้า 1,171 จุดรอความชัดเจนภาษีสหรัฐ

“หุ้นไทยวันนี้” ปิดตลาดเช้านี้ (2 เม.ย. 68) เวลา 12.30 น. ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,171.06 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.04 จุด หรือ เปลี่ยนแปลง 0.26 % มูลค่าการซื้อขาย 11,755.35 ล้านบาท

“หุ้นไทยวันนี้” ปิดตลาดเช้านี้ (2 เม.ย. 68) เวลา 12.30 น.  โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,173.51 จุด  และทำจุดต่ำสุด 1,165.33จุด                 

5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ

  1. ADVANC        ปิดที่       280.00บาท             ลดลง 0.36%
  2. PTTEP            ปิดที่       117.00บาท             ลดลง 3.31%
  3. KBANK           ปิดที่       164.00บาท             เพิ่มขึ้น 3.43%
  4. CPALL            ปิดที่        50.25บาท              เพิ่มขึ้น 1.52%
  5. AOT                ปิดที่        39.00บาท              เพิ่มขึ้น 1.24%

 

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นเอเชียผันผวนและรอความชัดเจนประกาศหลังทำเนียบขาวยืนยันว่า ปธน.ทรัมป์จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ในวันพุธ (2 เม.ย.) ตามที่ได้วางแผนไว้ และจะมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งเป็นความพยายามที่จะลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ทั้งนี้ การประกาศมาตรการภาษีดังกล่าวจะมีขึ้นในเวลา 16.00 น. ของวันพุธ ตามเวลากรุงวอชิงตัน (ตรงกับเวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาไทย) ซึ่งปธน.ทรัมป์เรียกวันดังกล่าวว่า "วันแห่งการปลดปล่อย" โดยการประกาศจะมีขึ้นในงานที่มีชื่อว่า "Make America Wealthy Again" ณ โรส การ์เดน ในทำเนียบขาว

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ทราบเกี่ยวกับขนาดและขอบเขตของกำแพงภาษีศุลกากร แต่ปธน.ทรัมป์กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าตามแผนของเขานั้น ไม่จำเป็นต้องเท่ากับอัตราภาษีที่ประเทศอื่น ๆ เรียกเก็บกับสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งบ่งชี้ว่าอัตราภาษีเหล่านี้จะต่ำกว่าที่เขาประกาศในตอนแรกมาก

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า "หุ้นไทย"เช้านี้แกว่งกรอบแคบในแดนบวกสลับลบ ปริมาณการซื้อขายเบาบาง นักลงทุนรอความชัดเจนการประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งตามเวลาไทยน่าจะได้เห็นข่าวเช้าวันพรุ่งนี้

อย่างไรก็ตาม ตลาดรับแรงกดดันจากประเด็นดังกล่าวมาบ้างแล้ว ทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกขายลดความเสี่ยงออกมา และบางส่วนยังรอความชัดเจน

ส่วนปัจจัยในประเทศ จับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังจากนักท่องเที่ยวจีนเริ่มแผ่ว ขณะที่โครงการ Entertainment Complex เดินหน้าได้เร็วขึ้น หลังประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่ระเบียบวาระ คาดว่าจะหยิบยกมาพิจารณาในวันที่ 9 เม.ย. นี้

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดยังรอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แม้ตลาดจะย่อตัว Valuation ถูก PE เหลือแค่ 12 เท่า แต่นักลงทุนยังรอสัญญาณบวกหนุน แนวโน้มช่วงบ่ายคาดดัชนียังแกว่งกรอบแคบ แดนบวกสลับลบต่อ รอความชัดเจนนโยบายภาษีสหรัฐ โดยให้กรอบแนวรับ 1,160 จุด และแนวต้าน 1,180 จุด