วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (20 มี.ค.) ปิดลบ 7.95 จุด ท่ามกลางแรงขายทำกำไร

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (20 มี.ค.) ปิดลบ 7.95 จุด ท่ามกลางแรงขายทำกำไร

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (20 มี.ค.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,181.71 จุด ลดลง 7.95 จุด หรือ 0.67% โบรกฯ ชี้ ดัชนีฯ ปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไรหลังจากที่ดัชนีฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า แนะเก็บหุ้นที่ได้อานิสงส์จากการปลดล็อคมาตรการ LTV ชั่วคราว

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (20 มี.ค.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,181.71 จุด ลดลง 7.95 จุด หรือ 0.67% โดยดัชนีฯ เคลื่อนไหวผันผวนทั้งวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,200.09 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,181.71 จุด และมี มูลค่าซื้อขาย 44,505.29 ล้านบาท 

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (20 มี.ค.) ปิดลบ 7.95 จุด ท่ามกลางแรงขายทำกำไร ภาวะหุ้นไทยวันนี้ (20 มี.ค.)

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. KBANK ราคาปิด 160.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.90% มูลค่าซื้อขาย 3,058.05 ล้านบาท
  2. PTT ราคาปิด 30.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 3.36% มูลค่าซื้อขาย 2,985.73 ล้านบาท
  3. GULF ราคาปิด 49.75 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ 2.45% มูลค่าซื้อขาย 2,223.75 ล้านบาท
  4. INTUCH ราคาปิด 81.50 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 2.10% มูลค่าซื้อขาย 2,076.87 ล้านบาท
  5. ADVANC ราคาปิด 266.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,893.37 ล้านบาท

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้เริ่มต้นด้วยโมเมนตัมเชิงบวกตลอดช่วงเช้า ก่อนที่จะเผชิญกับแรงขายทำกำไรในช่วงบ่าย ส่งผลให้ดัชนีหลุดจากแดนบวกเข้าสู่แดนลบในช่วงท้ายของการซื้อขาย

ทั้งนี้ "หลังจากที่ SET Index ปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 1,200 จุดในช่วงเช้า ช่วงบ่ายเริ่มมีแรงขายทำกำไรออกมาต่อเนื่อง ทำให้ดัชนีลดช่วงบวกและเข้าสู่แดนลบ" โดยเขายืนยันว่าไม่ได้มีประเด็นลบใดๆ เป็นเพียงการขายทำกำไรของนักลงทุนที่ยังคงระมัดระวังต่อการลงทุน

แนวโน้มตลาดในวันพรุ่งนี้และสัปดาห์หน้า

สำหรับแนวโน้มของตลาดในวันพรุ่งนี้และสัปดาห์หน้า นายอภิชาติมองว่ายังไม่มีปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน โดยเฉพาะในสัปดาห์หน้าที่จะมีการอภิปรายในสภาฯ ทำให้นักลงทุนอาจจะยังไม่ค่อยอยากลงทุนในระยะสั้น

ทั้งนี้ แม้ตลาดหุ้นไทยจะเริ่มได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ เช่น การปรับประมาณการของ UBS เป็น “Overweight” แต่เป็นความสนใจในการลงทุนระยะกลางถึงยาวมากกว่า ส่วนระยะสั้นยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เข้ามากระทบ ซึ่งยังไม่มีปัจจัยที่ชัดเจน

คำแนะนำในการลงทุน

นายอภิชาติแนะนำให้เก็งกำไรในหุ้นกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปลดล็อคมาตรการ LTV ชั่วคราว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

"ล่าสุดก็อาจจะมีเล่นเก็งกำไรได้ในหุ้นกลุ่มที่เป็น Property เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยมีการปลดล็อคพวก LTV ชั่วคราว" นายอภิชาติกล่าว พร้อมอธิบายเสริมว่า "สามารถยังคงเก็งกำไรในกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุนในระยะสั้นได้ และกลุ่มนี้มันถูกแล้ว มีปัจจัยบวก เงินปันผลก็ดี"

สำหรับคำแนะนำรายตัว นายอภิชาติแนะนำหุ้น 3 ตัว คือ AP (เอพี ไทยแลนด์), SPALI (ศุภาลัย) และ SIRI (แสนสิริ) แต่เน้นแนะนำ AP และ SPALI มากกว่า เนื่องจากมีหนี้น้อยกว่าและมีเงินปันผลที่ดี

สำหรับแนวโน้มวันพรุ่งนี้ เขาให้แนวรับ-แนวต้านสำหรับตลาดหุ้นไทยว่าอยู่ที่ 1,175 จุด และ 1,200 จุด