background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (18 มี.ค.) ปิดบวก 5.97 จุด ขึ้นตลาดต่างประเทศ

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (18 มี.ค.) ปิดบวก 5.97 จุด ขึ้นตลาดต่างประเทศ

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (18 มี.ค.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,176.17 จุด เพิ่มขึ้น 5.97 จุด หรือ 0.51% โบรกชี้ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามแนวโน้มตลาดต่างประเทศ แนะจับตา Dot plot หลังการประชุมเฟด 

"ตลาดหุ้นไทย"วันนี้ (18 มี.ค.) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,176.17 จุด เพิ่มขึ้น 5.97 จุด หรือ 0.51% โดยดัชนีฯ เคลื่อนไหวผันผวนทั้งวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,181.31 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,165.99 จุด มูลค่าซื้อขาย 38,763.26 ล้านบาท 

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (18 มี.ค.) ปิดบวก 5.97 จุด ขึ้นตลาดต่างประเทศ ภาวะหุ้นไทยวันนี้ (18 มี.ค.)

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. KBANK ราคาปิด 156.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 2.30% มูลค่าซื้อขาย 2,605.82 ล้านบาท
  2. BBL ราคาปิด 146.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.38% มูลค่าซื้อขาย 2,022.07 ล้านบาท
  3. GULF ราคาปิด 49.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 2.06% มูลค่าซื้อขาย 1,765.48 ล้านบาท
  4. PTT ราคาปิด 29.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,725.80 ล้านบาท
  5. ADVANC ราคาปิด 263.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.54% มูลค่าซื้อขาย 1,683.96 ล้าน

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส (ผอ.) สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐและราคาน้ำมัน

แต่นักลงทุนยังคงมีความระมัดระวังการลงทุนในช่วงที่มีการประชุมของเฟด เนื่องจากยังต้องต้องจับตาการแถลงการณ์ "ดอทพล็อต" ซึ่งจะเผยให้เห็นว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยกี่ครั้งในอนาคต หากเฟดลดดอกเบี้ยมากกว่า 2 ครั้ง อาจเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงความกังวลในเศรษฐกิจสหรัฐ

สำหรับแนวโน้มของตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.) นายอภิชาติกล่าวว่า หากดัชนีหลุดระดับ 1,160 จุด มีความเสี่ยงที่จะลงไปที่ 1,140-1,450 จุด โดยควรจับตาดูสถานการณ์ในตลาดต่างประเทศและการแถลงการณ์ของเฟดว่าจะมีทิศทางหรือมุมมองอย่างไรต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

ด้านคำแนะนำการลงทุน นายอภิชาติแนะนำให้เลือกลงทุนในหุ้นที่มีปันผลสูง เนื่องจากตลาดยังคงมีความไม่แน่นอนและอาจมีการเคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ การลงทุนในหุ้นที่มีปันผลจะช่วยลดความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะหุ้นที่มีมูลค่าต่ำ เช่น SPALI และ KTB