วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยวันนี้ (5 มี.ค.) ปิดตลาดหุ้นบวก 29.32 จุด สัญญาณเทรดวอร์อ่อนตัว

หุ้นไทยวันนี้ (5 มี.ค.) ปิดตลาดหุ้นบวก 29.32 จุด สัญญาณเทรดวอร์อ่อนตัว

หุ้นไทยวันนี้ (05 มี.ค.) ปิด ตลาดหุ้นไทย เย็นอยู่ที่ 1,206.96 จุด เพิ่มขึ้น 29.32 จุด หรือ +2.49% โบรกชี้ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ นำโดย AOT และ TOP ที่ปรับตัวขึ้นแรง

หุ้นไทยวันนี้ (05 มี.ค.) ปิด ตลาดหุ้นไทย เย็นอยู่ที่ 1,206.96 จุด เพิ่มขึ้น 29.32 จุด หรือ 2.49% โดยดัชนีฯ ผันผวนในทิศทางปรับตัวขึ้นตลอดทั้งวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,208.76 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,183.21 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย 50,705.33 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ (5 มี.ค.) ปิดตลาดหุ้นบวก 29.32 จุด สัญญาณเทรดวอร์อ่อนตัว ภาวหุ้นไทยวันนี้ (5 มี.ค.)

 

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

  1. AOT ราคาปิด 41.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ บวก5.03% มูลค่าซื้อขาย 2,788.22 ล้านบาท
  2. ADVANC ราคาปิด 272.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ บวก1.49% มูลค่าซื้อขาย 2,420.29 ล้านบาท
  3. DELTA ราคาปิด 75.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.25 บาท หรือ บวก7.47% มูลค่าซื้อขาย 1,895.84 ล้านบาท
  4. CPALL ราคาปิด 52.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 1,875.66 ล้านบาท
  5. TOP ราคาปิด 25.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.40 บาท หรือ บวก10.62% มูลค่าซื้อขาย 1,610.00 ล้านบาท

ตลาดหุ้นไทย พลิกฟื้นตัวขึ้นแข็งแกร่ง นักวิเคราะห์ชี้โอกาสลงทุน

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันนี้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยต่างประเทศที่เอื้อหนุน โดยเฉพาะการอ่อนค่าของ เงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการเก็บภาษีระหว่างสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในภาพรวมปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากความคาดหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐที่มีแนวโน้มชะลอตัวอาจส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนเริ่มโยกย้ายมายัง ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) มากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงานและท่องเที่ยวที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น เช่น AOT และ TOP

คำแนะนำการลงทุน

จังหวะดีสำหรับการเข้าสะสม - นักวิเคราะห์มองว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/E ต่ำกว่า 13 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 13-16 เท่า

กลุ่มที่น่าสนใจ - กลุ่มปิโตรเคมีที่ปรับตัวลงมามากและซื้อขายที่ P/BV เพียง 0.25-0.5 เท่า เช่น PTTGC มีโอกาสฟื้นตัวหลังผ่านจุดต่ำสุด รวมถึงกลุ่มการเงินที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง เช่น MTC, TIDLOR และกลุ่มประกันภัยอย่าง TQM

โอกาสในเดือนมี.ค. - หลังจากผ่านพ้นช่วงประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2567 ไปแล้ว และอีกนานกว่าจะถึงการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2568 ในเดือนพ.ค. เดือนมี.ค.จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการฟื้นตัวของตลาด

นายกิจพณ ยังแนะนำให้นักลงทุนพิจารณาเข้าเก็งกำไรในหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีราคาที่น่าสนใจ แต่ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนให้ชัดเจนเพื่อบริหารความเสี่ยงในสภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวน