“หุ้นไทยวันนี้” ปิดตลาดเช้านี้ (4 มี.ค. 68) เวลา 12.30 น. ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,191.91 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.50 จุด หรือ เปลี่ยนแปลง 0.29 % มูลค่าการซื้อขาย 18,379.50 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,195.03 จุด และทำจุดต่ำสุด 1,181.97 จุด
- อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- ADVANC ปิดที่ 267.00บาท ลดลง 1.48%
- DELTA ปิดที่ 72.00บาท เพิ่มขึ้น 1.05%
- TOP ปิดที่ 23.50บาท ลดลง 0.42%
- CPALL ปิดที่ 53.50บาท เพิ่มขึ้น 1.90%
- WHA ปิดที่ 3.46บาท เพิ่มขึ้น 4.85%
ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวในแดลนลบหลัง ปธน.ทรัมป์ประกาศที่ทำเนียบขาว มาตรการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกในอัตรา 25% จะมีผลบังคับใช้ในวันอังคารที่ 4 มี.ค. ตามกำหนด เนื่องจากเชื่อว่าทั้งสองประเทศไม่ได้ดำเนินการมากพอในการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย เช่น เฟนทานิล เข้าสู่สหรัฐ
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่ามาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ซึ่งจะใช้กับทุกประเทศที่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย.ตามกำหนดเช่นกัน พร้อมกับยืนยันว่าเขาจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นเป็น 20% จากเดิมที่เรียกเก็บอยู่แล้ว 10% เพื่อลงโทษจีนที่ยังคงขนส่งเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐ
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ ประเมินตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยที่น่าติดตามวันนี้ แนะเกาะติดการประชุม ครม. คาดเคาะเกณฑ์ TESG ใหม่ โยกหน่วยลงทุนจาก LTFเดิม เพื่อรับสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมส่วนกลยุทธ์รอจังหวะย่อเน้นกลุ่ม Defensive ที่มี Valuation ที่น่าสนใจ
ท่ามกลางตลาดหุ้นทั่วโลกรับแรงกดดันหนักจากนโยบายภาษีของทรัมป์ซึ่งล่าสุดกล่าวว่าเม็กซิโกและแคนาดาไม่สามารถเจรจาขอยกเว้นภาษี 25% ซึ่งมีกำหนดบังคับใช้ในวันที่ 4 มีนาคมได้ โดยภาษีดังกล่าวจะมีผลกับสินค้านำเข้ารวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี กรอบตลาดหุ้น 1,160-1,200 จุด



