"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (26 ก.พ.68) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,231.14 จุด เพิ่มขึ้น 24.75 จุด หรือ 2.05% โบรกเกอร์ชี้ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจาก กนง. ลดดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2% คาดพรุ่งนี้รักษาโมเมนตัมบวกต่อ
"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (26 ก.พ.68) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,231.14 จุด เพิ่มขึ้น 24.75 จุด หรือ 2.05% โดยดัชนีฯ ผันผวนในทิศทางปรับตัวขึ้นตลอดทั้งวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,233.35 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,208.91 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย 62,488.16 ล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่
- CPALL ราคาปิด 54.25 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ บวก10.15% มูลค่าซื้อขาย 6,443.23 ล้านบาท
- BBL ราคาปิด 147.50 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือ ลบ 2.32% มูลค่าซื้อขาย 3,132.12 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 150.00 บาท ลดลง 4.50 บาท หรือ ลบ 2.91% มูลค่าซื้อขาย 3,000.91 ล้านบาท
- AOT ราคาปิด 43.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ บวก 2.37% มูลค่าซื้อขาย 2,734.72 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 82.50 บาท เพิ่มขึ้น 7.25 บาท หรือ บวก 9.63% มูลค่าซื้อขาย 2,501.31 ล้านบาท
หุ้นไทยบวกแรงต่อเนื่องทั้งวัน อานิสงส์ลดดอกเบี้ย
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นมีสาเหตุหลักมาจากการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างโมเมนตัมเชิงบวกให้กับตลาด
"ถ้าเกิดเป็นปัจจัยแรกเลยเนี่ย ก็ต้องยอมรับว่าโมเมนตัมทั้งหมดเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดี รอบนี้ก็ถือว่ามาได้ทุกจังหวะ เพราะว่าตลาดมันอยากจะรอปัจจัยบวกเข้ามากระตุ้น" นายวิจิตร กล่าว พร้อมระบุว่าการตัดสินใจของ กนง. ถือเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์ตลาด เนื่องจากความเห็นส่วนใหญ่ประมาณ 70% คาดการณ์ว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้
นายวิจิตรยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ตลาดหุ้นปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ จนถึงระดับที่อัตราส่วนการประเมินมูลค่า (Valuation) ไม่ได้สูงเกินไป และในทางเทคนิคก็อยู่ในระดับต่ำมาก จึงเป็นจังหวะที่ตลาดรอปัจจัยบวกเพื่อดีดตัวกลับ "พอมันมีโมเมนตัมของ กนง. เข้ามาตัวหนึ่ง ก็ถือว่าตลาดก็พร้อมที่จะดีดกลับอยู่แล้ว" เขากล่าว
แนวโน้มตลาดและแนวรับแนวต้าน
สำหรับทิศทางตลาดในวันพรุ่งนี้ นายวิจิตร มองว่า หากดัชนีสามารถยืนเหนือระดับ 1,230 จุดได้ จะถือเป็นสัญญาณบวก เนื่องจากระดับ 1,230 จุดถือเป็นแนวต้านสำคัญสำหรับตลาดในช่วงนี้
"การกลับมายืนที่ระดับนี้ได้อีกครั้ง น่าจะเป็นมุมมองเชิงบวกว่าตลาดจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับขึ้นไปอีกระลอกหนึ่ง" นายวิจิตรให้ความเห็น
ในด้านกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี เขาให้แนวต้านถัดไปที่ 1,250 จุด ส่วนแนวรับจะอยู่ที่ระดับ 1,220 จุด โดยระบุว่า "ถ้ายืน 1,230 ได้จริงๆ ช็อตถัดไปมันอยู่ที่โซน 1,250 จุดเลย หรือว่าก็อาจจะย่ำแถวโซนนี้ แล้วก็ภาพถัดไปยังลุ้นโซน 1,250 จุด" โดยหากมีการย่อตัวลงมา ไม่ควรเกิน 10 จุดเพื่อรักษาแนวโน้มขาขึ้นในปัจจุบัน
คำแนะนำการลงทุน
นายวิจิตร มองว่า ตลาดในปัจจุบันมีความแพนิค และขาดความเชื่อมั่นค่อนข้างมาก แต่ในแง่ของปัจจัยพื้นฐาน ระดับราคาไม่ได้แพงแล้ว โดยแนะนำให้ค่อยๆ ทยอยเข้าซื้อ โดยเน้นหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และต่อเนื่อง รวมถึงมีอัตราการประเมินมูลค่าที่ไม่แพงเกินไป
"มองเป็นจังหวะของการค่อยๆ ทยอยเข้าสะสม เน้นหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการเติบโตได้ดีอย่างยั่งยืน แล้วก็ Valuation ไม่แพงเกินไป" เขากล่าว
สำหรับการฟื้นตัวของตลาด นายวิจิตร มองว่า กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ที่มีผลประกอบการเติบโตและ Valuation ไม่แพงจะเป็นตัวนำตลาดขึ้นก่อน
หุ้นแนะนำรายตัว
นายวิจิตร แนะนำให้ความสนใจกับกลุ่มไฟแนนซ์ ซึ่งมีผลประกอบการที่ดีในด้านกำไร และคุณภาพสินทรัพย์ โดยเฉพาะหุ้น SAWAD (บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด) ซึ่งยังไม่ได้รายงานผลประกอบการ แต่บริษัทในกลุ่มเดียวกันรายงานผลการดำเนินงานที่ดี
นอกจากนี้ ยังแนะนำกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหุ้น AMATA (บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด) ซึ่งคาดว่าจะมีกำไรที่ดีในไตรมาสนี้ราว 1,400 ล้านบาท และมีค่า P/E (อัตราส่วนราคาต่อกำไร) ที่ไม่แพงประมาณ 10-11 เท่า
"อมตะเป็นตัวหนึ่งที่ยังไม่ได้รายงานผลประกอบการ แต่คิดว่ากำไรรอบนี้น่าจะอยู่ในส่วนที่สูงมาก จริงๆ แล้วก็น่าจะประมาณ 1,400 ล้านได้ คิดว่ามันเป็นตัวหนึ่งที่ทิ้งตัวลงมาแล้ว P/E 10 ต้นๆ 10-11 เท่า ไม่แพง สะสมได้" นายวิจิตร กล่าวทิ้งท้าย
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





