background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยวันนี้ (25 ก.พ.) ปิดตลาดหุ้นลบ 29.46 จุด ผลประกอบการ บจ. ต่ำคาด

หุ้นไทยวันนี้ (25 ก.พ.) ปิดตลาดหุ้นลบ 29.46 จุด ผลประกอบการ บจ. ต่ำคาด

หุ้นไทยวันนี้ (25 ก.พ.68) ปิดตลาดหุ้นเย็นอยู่ที่ 1,206.39 จุด ลดลง 29.46 จุด หรือ 2.38% โบรกเกอร์ชี้ ตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน จากความกังวลโดนัลด์ ทรัมป์ และผลประกอบการ บจ. ต่ำคาดกว่าครึ่ง

หุ้นไทยวันนี้ (25 ก.พ.68) ปิดตลาดหุ้นเย็นอยู่ที่ 1,206.39 จุด ลดลง 29.46 จุด หรือ 2.38% โดย ดัชนีหุ้นไทย ผันผวนในทิศทางปรับตัวลงตลอดทั้งวัน ซึ่งทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,231.48 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,206.39 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย 50,142.44 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ (25 ก.พ.) ปิดตลาดหุ้นลบ 29.46 จุด ผลประกอบการ บจ. ต่ำคาด ภาวะหุ้นไทยวันนี้ (25 ก.พ.68)

 

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

  1. CPALL ราคาปิด 49.25 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ ลบ 4.83% มูลค่าซื้อขาย 3,202.67 ล้านบาท
  2. ADVANC ราคาปิด 277.00 บาท ลดลง 9.00 บาท หรือ ลบ 3.15% มูลค่าซื้อขาย 2,665.20 ล้านบาท
  3. WHA ราคาปิด 3.44 บาท ลดลง 0.26 บาท หรือ ลบ 7.03% มูลค่าซื้อขาย 2,327.83 ล้านบาท
  4. TRUE ราคาปิด 11.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ ลบ 4.17% มูลค่าซื้อขาย 2,161.87 ล้านบาท
  5. PTTEP ราคาปิด 115.00 บาท ลดลง 10.00 บาท หรือ ลบ 8.00% มูลค่าซื้อขาย 1,913.82 ล้านบาท

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่อง กูรูชี้ผลประกอบการต่ำคาด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นมีสาเหตุหลักมาจากทั้งปัจจัยภายนอกเกี่ยวกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และปัจจัยภายในคือ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยมีสัดส่วนมากกว่าครึ่ง

"ปัจจัยภายในคือ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาส่วนใหญ่ต่ำกว่าคาด สัดส่วนเกินครึ่งที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้ประมาณการของตลาดในแง่ของกำไรมีโอกาสที่จะปรับลงต่อเนื่อง" นายอภิชาติ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับกระแสเงินลงทุนจากกองทุน LTF (Long-Term Equity Fund) และนักลงทุนต่างชาติที่อาจมีการขายต่อเนื่อง โดยนายอภิชาติ ระบุว่า "ตอนนี้คิดว่า LTF ก็อาจจะยังเหมือนกับนักลงทุนจะถอดใจ และอาจจะไม่เอาตลาดหุ้นไทย จึงอาจจะเห็นเม็ดเงินจาก LTF และต่างชาติขายต่อเนื่อง"

แนวโน้มการประชุม กนง. และผลกระทบต่อตลาด

สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพรุ่งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า กนง. น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เดิม แต่จุดสำคัญที่ควรจับตามองคือ คะแนนเสียงที่ลงมติ ซึ่งอาจมีโอกาสที่จะเกิด "เสียงแตก" ได้ หากมีเสียงแตกก็อาจเพิ่มน้ำหนักให้กับการลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไป

"ผมคิดว่าถ้าเกิดลดดอกเบี้ยจริงจะเป็นผลบวก แต่ว่าต้องดูเหตุผลของทาง กนง. ด้วยว่าที่คงอัตราดอกเบี้ยเพราะอะไร ที่ผ่านมาเขาให้เหตุผลว่ารอความไม่แน่นอนของการขึ้นภาษีก่อน เหมือนกับว่าอยากจะเก็บกระสุนไว้ไม่อยากจะใช้ตอนนี้" นายอภิชาติอธิบาย

ปัจจัยที่น่าติดตามและแนวโน้มดัชนี

นอกจากการประชุม กนง. แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่น่าติดตาม ได้แก่ การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนซึ่งอยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย ตัวเลขดัชนี PCE สหรัฐ ในวันศุกร์ และความคืบหน้าเกี่ยวกับนโยบายภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์

สำหรับแนวโน้มดัชนี นายอภิชาติให้แนวรับไว้ที่ 1,220 จุด หากหลุดแนวรับนี้ แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ประมาณ 1,200 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,230 จุด โดยกล่าวว่า “โดยภาพรวม SET ยังเป็นแนวโน้มแกว่งลงอยู่ แต่ว่าในจังหวะนี้มันมีโอกาสที่จะเกิดการรีบาวด์ได้เมื่อมีข่าวดีเข้ามาหนุน"

คำแนะนำการลงทุน

สำหรับคำแนะนำการลงทุนในสภาพตลาดปัจจุบัน นายอภิชาติแนะนำให้มองข้ามขั้นไปบ้าง โดยหากผลการประชุม กนง. ออกมาในเชิงบวกคือ คงดอกเบี้ยแต่มีเสียงแตก กลุ่มหุ้นที่น่าจะแข็งแกร่งกว่าตลาดคือ กลุ่มค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์

สำหรับการเลือกหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แนะนำ AP และ SPALI  ส่วนกลุ่มค้าปลีก แนะนำ BJC และ CPALL โดยเฉพาะหากตลาดมีแนวโน้มที่จะเกิดการรีบาวด์ เนื่องจากปัจจุบันหุ้นมี Oversold มากในแง่ของกราฟรายสัปดาห์ และรายวัน

ตลาดหุ้นยังมีโอกาสฟื้นตัวได้หากมีปัจจัยบวกเข้ามากระตุ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมามากจนเกิดภาวะ Oversold ซึ่งอาจเป็นโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาเก็บหุ้นในลักษณะ "Bottom Fishing" หรือการเก็งกำไรจากจุดต่ำสุดได้

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์