วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

สอบโบรกเกอร์ 'จำนำ' หุ้น RS ใช้ 'กองทุนส่วนบุคคล' เลี่ยงรายงาน

สอบโบรกเกอร์ 'จำนำ'  หุ้น RS  ใช้  'กองทุนส่วนบุคคล'  เลี่ยงรายงาน

สะพัด ก.ล.ต. ตรวจสอบโบรกเกอร์ปล่อยมาร์จินใน และนอกตลาด วงในระบุจำนำนอกตลาดใช้ช่องโหว่ “กองทุนส่วนบุคคล” เพื่อหลบการตรวจสอบ และทำสัญญาแบ่งเปอร์เซ็นต์กันเอง กรณี RS คาดกู้นอกตลาดสูง 3 พันล้าน

ความเคลื่อนไหว ราคาหุ้น บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงรุนแรงจนทำราคาฟลอร์ถึง 4 วันรวด (7-10 ม.ค.68)  จากประเด็นถูกบังคับขาย หรือ Force sell  

หลังจากบริษัทออกมาชี้แจงล่าสุดมีการตรวจสอบ “ผู้บริหาร” ทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคลด้วยการนำหุ้นไปค้ำประกันบัญชีมาร์จิน ทำให้เป็นสาเหตุราคาร่วงหลังเกิด Force sell จนมีการจับตามองไปที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ “เฮียฮ้อ” สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์  ซึ่งถือหุ้นอันดับ 1  จำนวน 487 ล้านหุ้น  สัดส่วน 22.32 %  

โดย ราคาหุ้น RS ลงมาปิด 10 ม.ค.68 ที่ 1.50 บาท ลดลง  0.31  บาท หรือเปลี่ยนแปลง  17.13 %   แต่รวม 4 วันทำการราคาร่วงไปแล้ว  71 %  หรือ  3.85 บาท จากราคา 5.35 บาท และมูลค่ามาร์เก็ตแคปลดลง 8,000 ล้านบาท จากปลายปี 2567 ที่ 11,893 ล้านบาท  อยู่ที่ 3,949 ล้านบาท

ทั้งนี้การซื้อขายหุ้นช่วง 3 วันแรกที่ผ่านมา ไร้แรงเสนอซื้อ (BID) มีแต่แรงเสนอขาย (Offer)  แต่ในช่วงวันที่ 10 ม.ค.68 กลับมามีปริมาณ และวอลุ่มหนาแน่นจนดัน หุ้น RS ขึ้นมามีวอลุ่มอันดับ 1 ตลาดหุ้นไทย ครึ่งวัน

แหล่งข่าวโบรกเกอร์ เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” การซื้อขาย 10 ม.ค.68 ไม่มีรายการ Big lot เกิดขึ้นมีการแมกซ์ราคาเยอะสุด 1.45 บาท หลังจากเริ่มมีการไล่ราคาแถวฟลอร์ที่ 1.27-1.31 บาทแต่ยังกระจุกตัวในรายย่อย ซึ่งแม้ว่าปริมาณหุ้นเกิดขึ้นจะเกินกว่าจำนวนจำนำหุ้นแต่ไม่ได้หมายความว่า Force sell จบลงหากมีข่าวลบใหม่เกิดขึ้นจะมีแรงขายได้อีก

นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าธุรกรรมจำนำหุ้นนอกตลาดหุ้นของผู้บริหาร RS ทาง ก.ล.ต. เข้าไปตรวจสอบโบรกเกอร์สัญชาติเกาหลีแถวถนนวิทยุ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่ามีการให้บริการธุรกรรมดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าทางการเริ่มเห็นช่องผ่านการให้บริการทางทางการเงินเฉพาะส่วนบุคคล ผ่านกองทุนส่วนบุคคล (private fund )ของโบรกเกอร์เพื่อหลบหนีการตรวจสอบจากทางการ

โดยมีวิธีการให้นำหุ้นไปไว้ที่กองทุนดังกล่าว จากนั้นโบรกเกอร์จะจัดหาแหล่งเงินทุนกู้ยืมให้อัตราดอกเบี้ย 8-12 % และโบรกเกอร์ได้ค่าธรรมเนียม และยังมีข้อตกลงระหว่างผู้กู้กับโบรกเกอร์อีกว่า หากราคาหุ้นขึ้นแบ่งเปอร์เซ็นต์กำไร หากราคาหุ้นลงต้องผู้กู้ต้องนำหุ้นหรือสินทรัพย์มาเติม

“กรณีเฮียฮ้อเฉพาะจำหุ้นนอกตลาดมีมูลค่า 1,000 บาท ด้วยมูลค่าหุ้นก่อนหน้านี้แถว 6-8 บาท จึงกู้ได้ 2.5 เท่าของมูลค่า เม็ดเงินน่าจะตกเกือบ 3,000 ล้านบาท เงินดังกล่าวไปหวังควบรวมหุ้น GIFT แต่ไม่สำเร็จ และจมทุนยังเปิดสัญญา long ใน Block trade เพื่อประคองราคาหุ้น ทำให้ขาดสภาพคล่อง ราคาร่วงไม่มีสภาพคล่องไปเติมถูกโบรกเกอร์ Force sell ทั้งจำนำหุ้นนอก และในตลาดหุ้นแถมยังเป็นหนี้โบรกเกอร์ที่ปล่อยกู้ด้วย จึงเห็นว่ามูลค่าซื้อขาย 10 ม.ค.68 สูงมาก”

ดังนั้นจากนี้ให้จับตาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น และการออกมาสังคายนาช่องทางหลบเลี่ยง เช่น เงื่อนไขกองทุนบุคคลที่เป็นช่องโหว่

ล่าสุดมีการชี้แจงของบล.ดาโอ กรณี Force sells ระบุว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ RS ไม่มีธุรกรรมคงค้างในบัญชีมาร์จินกับบริษัท จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการ Force sell และไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว ซึ่งทางบริษัทยังคงมีสถานะการเงินที่มั่นคงเพียงพอในการประกอบธุรกิจ และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากผู้ถือหุ้นใหญ่

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์ลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ซื้อขายหุ้น RS ปริมาณหุ้นรวมกัน 3 วันทำการยังมีส่วนต่างห่างจากปริมาณหุ้นที่ถูกนำไปวางจำนำหุ้นอีกมากรวมแล้วที่ 44 ล้านหุ้น จนกว่าปริมาณหุ้นจะสูงกว่าจำนวนที่นำไปจำนำไว้ถึงจะเห็นโอกาสราคาฟื้นแต่คงไม่กลับไปราคาเดิม

โดยการฟื้นตัวของราคาหุ้นจะเป็นการเก็งกำไรแทนเพราะเมื่อราคาหุ้นลงไปลึกเมื่อมีการรีบาวด์ของราคาหุ้นเล็กน้อยมีเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นสูงไปด้วย  ดังนั้นการลงทุนจึงมีความเสี่ยง และนักลงทุนต้องระมัดระวังการซื้อขายด้วย

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์