EA ลั่นรับเงินทุน 1.2 พันล้าน เข้ามาเสริมสภาพคล่อง ช่วยเปิดโอกาสให้มีเวลา พิจารณาดีลกับ Strategic Partners ได้ดีขึ้น ยังคงเป้าหมายลั่นปิดดีลพันธมิตรปีนี้และหวัง “เทิร์นอะราวนด์” ปีหน้า
ล่าสุด บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2567 อนุมัติให้บริษัทรับความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับบริษัทและเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท ดังนี้
รายการที่ 1 การออกตั๋วแลกเงินระยะสั้น ให้กับนิติบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 300 ล้านบาท โดยครบกำหนดไถ่ถอนตั๋วแลกเงินในวันที่ 30 ธ.ค. 2567 ทั้งนี้ ในการออกตั๋วแลกเงินดังกล่าว บริษัท เอสพีบีแอล โฮลดิง จำกัด (SPBL) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ตกลงที่จะนำหุ้นของบริษัท จำนวน 96,800,000 หุ้น คิดเป็น 2.61% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทเป็นหลักประกันการชำระหนี้ตามตั๋วแลกเงินดังกล่าวให้กับบริษัทโดยมีค่าธรรมเนียมการนำหุ้นของบริษัท มาเป็นหลักประกัน คิดเป็นจำนวน 11,373,032.00 บาท
รายการที่ 2 การออกตั๋วแลกเงินระยะสั้น โดยไม่มีหลักประกัน ให้นายสมโภชน์ อาหุนัย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SPBL เป็นจำนวน 900 ล้านบาท มีอัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี โดยครบกำหนดไถ่ถอนตั๋วแลกเงินในวันที่14 ต.ค. 2567
นายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า บริษัทได้เงินทุนระยะสั้นจำนวน 1,200 ล้านบาท โดยเป็นเงินทุนที่ได้มาจาก 2 แหล่งที่มาคือ นิติบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และนายสมโภชน์ อาหุนัย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ EA เป็นจำนวนเงิน 300 ล้านบาท และ 900 ล้านบาทตามลำดับ
สำหรับ เงินทุนที่ได้มาจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง และช่วยในการดำเนินงานต่างๆ ตามปกติ ในระหว่างที่บริษัทกำลังเดินหน้าสู่ข้อสรุปที่กำลังเจรจากับ Strategic Partners
ทั้งนี้ การมีเงินทุนเข้ามา ช่วยเปิดโอกาสให้อีเอมีเวลา และสามารถที่จะพิจารณาดีลกับ Strategic Partners ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดเพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับบริษัท โดยอีเอยังยึดเป้าหมายเดิม โดยวางเป้าหมายปิดดีลพาร์ตเนอร์ให้สำเร็จเร็วที่สุดหรือภายในสิ้นปีนี้
หากมีความชัดเจนจะแจ้งให้ทราบต่อไป ซึ่งในการเจรจากับพันธมิตรหลายรายทั้งในและต่างประเทศ หากได้ข้อสรุปชัดเจนจะนำเสนอคณะกรรมการบริษัท และจากนั้นก็จะไปขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพาร์ตเนอร์เข้ามาช่วยพลิกฟื้นธุรกิจและบริหารสินทรัพย์ที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดโฟกัสบริษัทกลับมาเทิร์นอะราวนด์ในปีหน้า ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรหลายรายทั้งในและต่างประเทศ หากได้ข้อสรุปชัดเจนจะนำเสนอคณะกรรมการบริษัท และจากนั้นก็จะไปขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น ซึ่งวางเป้าหมายปิดดีลให้สำเร็จเร็วที่สุดหรือภายในสิ้นปีนี้
โดยบริษัทคาดหวังเม็ดเงินใหม่จากพันธมิตรใหม่ซึ่งเป็นจุดที่เพียงพอทำให้บริษัทเทิร์นอะราวนด์เพื่อนำไปใช้ดำเนินธุรกิจในมือที่บริษัทได้เซ็นสัญญาแล้ว ได้แก่ โครงการที่ร่วมกับรัฐบาล สปป.ลาวในบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดแบบรวมศูนย์ของ สปป.ลาว, โรงไฟฟ้าขยะภูเก็ต และโรงไฟฟ้าขยะปทุมธานี และด้วยสถานการณ์ทางการเงินที่ดีขึ้น บริษัทมีสภาพคล่องมากขึ้นกว่าปัจจุบัน ช่วยลดความเสี่ยงธุรกิจทำให้บริษัทเจรจากับสถาบันการเงิน หรือโรโอเวอร์หุ้นกู้รวมถึงการชำระหนี้หุ้นกู้บางส่วน ซึ่งจะครบกำหนดในเดือน
“เราได้จัดการเรื่องต่างๆ คืบหน้าเป็นอย่างดี จนสถานการณ์เริ่มนิ่งแล้ว และความเชื่อมั่นในการให้เงินกู้ดังกล่าวนี้เป็นสัญญาณที่ดี และเรามีความยินดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเรามีความเชื่อมั่นในธุรกิจมากพอที่จะให้เงินกู้ในจำนวนที่มากพอสมควรเช่นนี้กับบริษัท โดยไม่มีหลักประกันเงินกู้ใดๆ ทั้งสิ้น”
อย่างไรก็ตาม อีเอคือ หนึ่งในผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของประเทศไทยและผู้นำพลังงานแห่งอนาคตอันได้แก่ สถานีอัดประจุไฟฟ้า ยานยนต์ไฟฟ้า เรือโดยสารไฟฟ้า แบตเตอรี่ และระบบกักเก็บพลังงาน





