background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยวันนี้ (14 ส.ค.) ปิดตลาดลบ 5.10 จุด กังวลสุญญากาศการเมือง

หุ้นไทยวันนี้ (14 ส.ค.) ปิดตลาดลบ 5.10 จุด กังวลสุญญากาศการเมือง

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (14 ส.ค. 67) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,292.69 จุด ลบ 5.10 จุด หรือ 0.39% โบรกฯ ชี้ หุ้นไทยดิ่งหนัก กังวลสุญญากาศการเมือง หลัง “เศรษฐา” หลุดเก้าอี้นายกฯ​ คาดพรุ่งนี้ดัชนีฯ ซึมรอเปิดสภาฯ​ เลือกนายกฯ

ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาด “หุ้นไทยวันนี้” วันนี้ (14 ส.ค. 67) ปิดตลาดอยู่ที่ 1,292.69 จุด ลบ 5.10 จุด หรือ 0.39% โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยผันผวนในทิศทางปรับตัวขึ้นลงตลอดทั้งวันซึ่งทำจุดต่ำสุดวันนี้อยู่ที่ 1,280.99 จุด และสูงสุดอยู่ที่ 1,306.88 จุด มูลค่าซื้อขาย 53,322.88 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ (14 ส.ค.) ปิดตลาดลบ 5.10 จุด กังวลสุญญากาศการเมือง ภาวะหุ้นไทยวันนี้ (14 ส.ค. 2567)

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

  1. CPALL มูลค่า 6,630.92 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 34.25  บาท ลดลง 2.75 บาท หรือ 4.74%
  2. PTT มูลค่า 2,444.66 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 101.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.46%
  3. AOT มูลค่า 1,650.76 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 58.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง   
  4. BDMS มูลค่า 1,601.62 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 147.50  บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 2.70%      
  5. GULF มูลค่า 1,292.26 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 10.20 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.05%   

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงบ่ายพลิกติดลบจากผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทำให้นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

“การที่นายกฯ หลุดออกจากเก้าอี้หมายความว่าการเมืองไทยจะอยู่ในสุญญากาศ ดังนั้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็จะล่าช้าออกไปด้วย”

สิ่งต่อไปที่ควรติดตามคือจับตาว่าจะมีการเปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่เมื่อใดและนายกฯ ที่ได้จะยังมาจากพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะหากไม่มาจากพรรคเพื่อไทยอาจส่งผลให้นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตต้องยุติไป โดยคาดว่าดัชนีฯ พรุ่งนี้จะซึมลงอยู่ในกรอบแนวรับ 1,270 - 1,280  จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,300-1,305 จุด

สำหรับคำแนะนำในการลงทุนช่วงนี้ นายอภิชาติ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้แนะนำให้ถือเงินสดดังนั้นช่วงนี้ควรนำเงินไปลงทุนได้แล้ว โดยกลุ่มที่แนะนำคือกลุ่ม Defensive อย่างหุ้นโรงพยาบาลและสื่อสาร คือ BEM BDMS BH ADVANC ส่วนนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรสิ้นปีและมองข้ามความปั่นป่วนทางการเมืองคือ SCB และ TTB