background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

"ทริสเรทติ้ง" คงมุมมองเดิมต่อ SAMART แม้มีคำพิพากษาฎีกาให้ชดใช้ 718.69 ล้าน

"ทริสเรทติ้ง" คงมุมมองเดิมต่อ SAMART แม้มีคำพิพากษาฎีกาให้ชดใช้ 718.69 ล้าน

"ทริสเรทติ้ง" ประเมินคำพิพากษาศาลฎีกาต่อ “สามารถคอร์ปอเรชั่น” กรณีสั่งให้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยรวม 718.69 ล้านบาทให้ BAGOC และ กกท. มีผลกระทบจำกัด จึงคงเครดิตระดับ BBB แนวโน้ม Positive

ทริสเรทติ้งประเมินว่าคำพิพากษาของศาลฎีกาที่มีคำสั่งให้ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SAMART) ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยรวมจำนวนทั้งสิ้น 718.69 ล้านบาทให้แก่คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 (BAGOC) และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นั้น 

จะมีผลกระทบต่ออันดับเครดิตของบริษัทในวงจำกัด แม้ว่าการชำระหนี้ในครั้งนี้จะทำให้ภาระหนี้สินของบริษัทเพิ่มขึ้น แต่ทริสเรทติ้งก็คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางเงินต่อ EBITDA ของบริษัทจะยังคงต่ำกว่าระดับ 3.5 เท่าในช่วงระหว่างปี 2567-2569 ซึ่งยังคงสอดคล้องกับอันดับเครดิตของบริษัทที่ระดับ “BBB” แนวโน้มอันดับเครดิต “Positive” หรือ “บวก”
 

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 บริษัทได้ประกาศว่าศาลฎีกาและคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำสั่งให้บริษัทต้องชำระเงินต้นจำนวน 190 ล้านบาท และดอกเบี้ยจำนวน 528.69 ล้านบาทให้แก่คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 (BAGOC) และ กกท. อันสืบเนื่องมาจากข้อพิพาทที่กินเวลายาวนานมาตั้งแต่ปี 2540 ดังนั้น เพื่อดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวของศาล 

บริษัทจึงได้นำเงินไปวางทรัพย์ไว้ ณ สำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพมหานคร 1 เพื่อชำระหนี้เงินต้นทั้งจำนวน 190 ล้านบาทและชำระดอกเบี้ยบางส่วนที่จำนวน 40 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนดอกเบี้ยในส่วนที่เหลือนั้นบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาขอผ่อนชำระเป็นงวดรายปีภายในเวลา 7 ปีซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ กกท.

นอกจากนี้ SAMART ได้มีการตั้งเงินสำรองเพื่อการนี้ไปแล้วเป็นส่วนใหญ่เป็นจำนวน 424 ล้านบาทในเดือนกันยายน 2565 ทั้งนี้ ณ เดือนมีนาคม 2567 บริษัทได้บันทึกประมาณการหนี้สินระยะยาวสำหรับข้อพิพาททางกฎหมายดังกล่าวที่จำนวน 438.47 ล้านบาท และจะตั้งสำรองเพิ่มเติมอีกประมาณ 280 ล้านบาทในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัทในช่วงครึ่งแรกของปี 2567

ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุดหากเกิดกรณีที่บริษัทจำเป็นจะต้องชำระดอกเบี้ยส่วนที่เหลือในทันทีนั้น ทริสเรทติ้งประเมินว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดและสภาพคล่องให้เพียงพอที่จะรองรับการชำระเงินดังกล่าวได้