วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

หุ้น TEGH นิวไฮ อานิสงส์ออเดอร์ EUDR ทะลัก อุตฯ ยางทั่วโลกใส่ใจ Climate Change

หุ้น TEGH นิวไฮ อานิสงส์ออเดอร์ EUDR ทะลัก อุตฯ ยางทั่วโลกใส่ใจ Climate Change

หุ้น TEGH นิวไฮรอบปี อานิสงส์ราคายางฟื้น แถมงบ Q2/67 เป็นต้นไปได้ปัจจัยบวกจากการเริ่มส่งออกยางมาตรฐาน EUDR ที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารชี้เริ่มได้ออเดอร์จัดหนัก Q3/67 หวังปีหน้าเป็นสัดส่วน 80% ของรายได้การส่งออกสินค้ายางพร้อมกับยกระดับกำไรให้สูงขึ้น

ผู้สื่อข่าวราคาราคาหุ้น บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH กำลังสร้างจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 1 ปี โดยเฉพาะวันนี้ 7 มิ.ย. 2567 ราคาล่าสุด ณ เวลา 15.07 น. อยู่ที่ 3.96 บาท เปลี่ยนแปลง 0.54 บาท คิดเป็นการเพิ่ม 15.79% จากราคาปิดทำการวานนี้ ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยราคายางพาราที่เริ่มฟื้นตัวทั้งอุตสาหกรรม
 

นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ TEGH เปิดเผยว่า จากปัญหาความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันไม่ปกติผลพวงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกลับมาส่งเสริมการทำธุรกิจโดยกำหนดมาตรฐานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมยางล้อรถ ต้องใช้วัตถุดิบตั้งต้นจากยางแท่งซึ่งนับเป็นในสินค้าหลักของ TEGH บรรดาผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลกมีความพยายามลดการก่อมลพิษ โดยฝั่งยุโรปจึงมีการกำหนดระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป หรือ EUDR ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ 30 ธ.ค. 2567

ส่งผลให้สินค้าหลายประเภทรวมถึงยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางแปรรูปจะต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผ่านมาตรฐาน EUDR เพื่อนำเข้าไปยุโรป ซึ่งต่อไปมาตรฐานนี้จะใช้กันทั่วโลก

TEGH มีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ ได้แก่ ยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์มดิบ และพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์

ปัจจุบันบริษัทเริ่มมีส่งสินค้ายางภายใต้มาตรฐาน EUDR ไปยังยุโรปบ้างแล้ว คาดไตรมาส 2/2567 จะส่งออกได้ 7 พันตัน และจะส่งออกมากขึ้นอย่างชัดเจนนับแต่ไตรมาส 3/2567 เป็นต้นไป ตามเป้าหมายการส่งออกยาง EUDR ทั้งปี 2567 ที่ 1 แสนตัน และปี 2568 ที่ 2.5 แสนตัน ซึ่งจะคิดเป็นสัดส่วน 80% ของยอดขายสินค้ายางแทงทั้งหมดของบริษัท

"ต่อจากนี้ยาง EUDR จะกลายเป็นมาตรฐาน ซึ่งถ้าผู้ผลิตยางพารารายใดทำไม่ได้ ก็จะหาตลาดยากขึ้นหรืออาจต้องขายในราคาอีกเกรดที่ไม่ได้มูลค่านัก"

ทั้งนี้ไตรมาส 1/2567 ผลการดำเนินงาน TEGH มีรายได้จากธุรกิจยางธรรมชาติทั้งยางแท่งและน้ำยางรวม 3,328.30 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจปาล์มน้ำมัน 345.15 ล้านบาท ส่งผลมีรายได้รวม 3,739.59 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ประเมินทิศทางไตรมาส 2/2567 ผลการดำเนินงานจะสูงขึ้นอีกจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และราคายางปัจจุบันที่กลับเป็นขาขึ้น มีการประมูลในตลาดแตะ 80 บาทต่อกิโลกรัม จากช่วงต้นปีอยู่เพียง 40-50 บาท ต่อกิโลกรัม และที่สำคัญบริษัทเริ่มส่งออกยางมาตรฐาน EUDR ซึ่งมีอัตรากำไรที่ดีมีความต้องการในตลาดสูงขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับภาพรวมทั้งปี 2567 มีเป้าหมายการเติบโตยอดขายเป็น 16,000 ล้านบาท จากปีก่อนทำได้ 12,182.61 ล้านบาท ขณะที่งบลงทุนกำหนดเป็นระยะ 2 ปี 2566-2567 ใช้รวม 1,200 ล้านบาท ปีนี้เน้นการปรับปรุงเครื่องจักรผลิตปาล์ม

"สำหรับปีนี้แนวโน้มไตรมาส 2 จะดีกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งธุรกิจยางและปาล์ม และยังน่าจะดีต่อไปอีกในไตรมาส 3 และ 4 ไปจนถึงอย่างน้อยปีหน้า"