กูรูฟันธง! คืนนี้ธนาคารกลางยุโรปนำร่องหั่นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.25% เป็นตัวเร่งให้สหรัฐ อาจลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น และสะท้อนผลมายังแบงก์ชาติไทย ชี้กลุ่มธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเงินทุนจะเริงร่า ส่วนหุ้นเด่นในวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง บล.เอเซีย พลัส แนะ MTC - SAWAD - TIDLOR - JMT
สถานการณ์ทิศทางดอกเบี้ยทั่วโลก ที่ทรงตัวในระดับสูงมานาน กำลังถูกนักลงทุนจับตาพร้อมคาดหวังให้เริ่มปรับทิศเป็นขาลงเพื่อกระตุ้นสินทรัพย์เสี่ยง และแม้ล่าสุด ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาหรือ FED มีทีท่าชะลอการตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ก็ตาม
ทว่าทางฝั่งยุโรปโดย ประธานธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB เพิ่งประกาศว่ามีโอกาสที่อาจลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายทางการเงินเดือนมิ.ย. ซึ่งมีกำหนดเป็นวันที่ 6 มิ.ย.2567 นี้ หากอ้างอิงเวลาประเทศไทยประเมินเป็นเวลา 19.15 น. ทั้งนี้ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารกลางยุโรป อยู่ที่ระดับ 4.50%
ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อน FED และย่อมจะสะท้อนผลมายังธนาคารกลางทั่วโลกรวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจใช้เป็น 1 ในเหตุผลตัดสินใจลดดอกเบี้ยในประเทศภายในปีนี้ด้วย
ธุรกิจที่จะได้ประโยชน์โดยตรงจากสถานการณ์ดอกเบี้ยขาลง ได้แก่ 1. กลุ่มธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเงินทุน เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจเช่าซื้อ ธุรกิจ SMEs จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ถูกลง ทำให้สามารถกู้ยืมเงินได้ในต้นทุนที่ต่ำลง ส่งผลดีต่อกำไรของธุรกิจ และ 2. ธุรกิจที่มีภาระหนี้สินสูง เช่น ธุรกิจที่มีหนี้สินระยะยาว จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ถูกลง ทำให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง ส่งผลดีต่อกระแสเงินสดและงบการเงินของธุรกิจ
ส่วนธุรกิจที่จะได้ประโยชน์อานิสงส์ทางอ้อมสถานการณ์ดอกเบี้ยขาลง ได้แก่ 1. ธุรกิจที่เน้นการบริโภค เช่น ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยว จะได้ประโยชน์จากผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น จากดอกเบี้ยที่ถูกลง ผู้คนมีเงินเหลือเก็บมากขึ้น มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้น และ 2. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้น เช่น ธุรกิจโบรกเกอร์ ธุรกิจบริหารจัดการกองทุน จะได้ประโยชน์จากนักลงทุนที่กลับมาลงทุนในตลาดหุ้นอีกครั้ง จากดอกเบี้ยที่ถูกลง นักลงทุนมองหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น จึงหันมาลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น หุ้น
สำหรับหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ย่อมเป็นประเภทธุรกิจบริการสินเชื่อ ซึ่งมีรายใหญ่ๆ ได้แก่ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC, บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD, บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR และ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ ระบุว่า จากความอ่อนแอของภาคแรงงานประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นแรงขับเคลื่อนโอกาสที่ FED จะลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย. สูงขึ้น โดยล่าสุดจากเครื่องมือ FED WatchTool บ่งชี้ว่าตลาดให้น้ำหนัก 64.5% เทียบกับสัปดาห์ก่อนที่ 45%
อีกทั้งวานนี้ (5 มิ.ย.2567) ธนาคารกลางแคนาดา ปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ลงสู่ 4.75% และวันนี้ (6 มิ.ย.2567) แนะนำให้ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยคาดจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เช่นกัน
ด้านนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุสอดคล้องกันว่า การประชุม ECB ถูกคาดหมายว่าจะเห็นการปรับลดดอกเบี้ย นโยบายลง 0.25% มาสู่ระดับ 4.25% โดยประเมินว่าการขยับลงดอกเบี้ย ของ ECB น่าจะมีโอกาสทำให้เห็นการปรับลดดอกเบี้ยของ FED เกิดได้เร็วขึ้น
เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำมาผสมรวมกับตัวเลขตลาดแรงงานที่ส่งสัญญาณอ่อนแอลงก็เป็นไปได้ที่จะเห็นการปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมรอบเดือนก.ย.67 สำหรับในบ้านเรา
"ประเมินจากท่าทีของ ธปท. ยังไม่เห็น สัญญาณของการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส โดยจุดเปลี่ยนอาจมาจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือแม้กระทั่งภาวะการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์"
ทั้งนี้แนะนำกลุ่มหุ้นไทยมักรีบาวด์รับวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ได้แก่ MTC, SAWAD, TIDLOR และ JMT
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



