background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ลิสต์หุ้นธีม “Cover Short” หลังกระหน่ำ ‘ชอร์ต’ พ.ค.แสนล้าน

ลิสต์หุ้นธีม “Cover Short” หลังกระหน่ำ ‘ชอร์ต’ พ.ค.แสนล้าน

ตลาดหุ้นไทยตลอดเดือนพ.ค. 2567 กลายเป็นเดือนที่ยังปรับตัวลงต่อจากดัชนีส่งท้ายหลุด 1,350 จุด ปิดที่ 1,345.66 จุด (31 พ.ค.) จากสิ้นเดือนเม.ย. ที่ 1,367.95 จุด (30 เม.ย.)หรือลดลง 1.62 % ท่ามกลางภาวะตลาดที่ซึมลงต่อเนื่อง

     อ้างอิงตามสถิติตลาดหุ้นมักจะเกิดเหตุการณ์ Sell in May  หรือการปรับ เปลี่ยนพอร์ตลงทุนด้วยการลดน้ำหนักลงทุน ในหลายตลาดซึ่งตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในนั้น  ซึ่งมีทั้งปัจจัยตอบรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2567 และสอดคล้องกับการรับเงินปันผล รวมทั้งการปรับน้ำหนักลงทุนตามดัชนีอ้างอิง

       ดัชนี MSCI Rebalance ได้ประกาศออกมาแล้วว่า 'Global Standard' ไม่มีหุ้นเข้า ส่วนหุ้นออก BTS- LH และ MTC  ขณะที่ 'Global  Small  Cap' หุ้นเข้า BTS-  JAS-  LH และ MTC ส่วนหุ้นออก BLAND - DITTO -FORTH- KSL- MAJOR- PSL- SGP- SPCG และ WHAUP ส่งผลทำให้หุ้นหลายตัวมีแรงเทขายอย่างหนัก

    

      เช่น LH  ราคาหุ้นเผชิญแรงขายจนหลุด 7.00 บาท และลงมาทำราคาต่ำสุดในรอบ 3 ปี 3 เดือนที่ 6.40 บาท (4 มิ.ย.)   แม้จะเป็นหุ้นที่ขึ้นแท่นปันผลดีและสูงต่อเนื่องแต่สถานการณ์ธุรกิจอสังหาฯ ยอดขายกระทบ-ลูกค้าโดนปฎิเสธสินเชื่อและหนี้เสียพุ่งทำให้มีผลกระทบรายได้และกำไรไตรมาส 1ปี 2567 ต่ำกว่าคาด

     รวมทั้งหุ้น BTS   ที่ราคาหุ้นต่ำสุดในรอบกว่า 11 ปี ราคาหุ้นที่ 4.60 บาท (4 มิ.ย.)   มีการตอบรับข่าวงบปี 2566/2567 ขาดทุนสุทธิ 5,241 ล้านบาท ด้อยค่าและจำหน่ายเงินลงทุน KEX  ขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (ส่วนใหญ่มาจากแรบบิท โฮลดิ้งส์1 ควบคู่กับส่วนแบ่งขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนใน KEX)

    นอกจากนี้เตรียมขออนุมัติเพิ่มทุน 650 ล้านหุ้น แบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ซึ่งจะมีการขอมติผู้ถือหุ้นวันที่ 25 ก.ค. 2567  ส่งผลทำให้เกิดความกังวลว่าเป็นราคาเสนอขายต่ำกว่าราคาในกระดาน เป็นต้น  

    

บวกกับปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้ากว่าเพื่อบ้านในช่วงไตรมาส 1 ปี 2567 และยังไม่มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนออกมาท่ามกลางความหวังกับรัฐบาลชุดนี้จึงเห็นแรงขายหุ้นรายตัวผสมการขายชอร์ตกดดันดัชนี

       ปริมาณการขายชอร์ตเพิ่มขึ้นชัดเจนในเดือนพ.ค. มีมูลค่าแตะ 110,270.84 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12 % เทียบกับมูลค่าซื้อขายรวม จากเดือนเม.ย. ที่ 97,738.32 ล้านบาท หรือ 11.88 %  และ เดือนมี.ค. ที่ 92,734.69 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.16 %  

     เฉพาะเดือนพ.ค. ต่างชาติยังมีฐานะขายสุทธิ  16,747.07 ล้านบาท สวนทางกับนักลงทุนกลุ่มอื่นที่ซื้อสุทธิ และยังเป็นต่างชาติที่มียอดขายสุทธิหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมากสุดด้วยตัวเลขถึง 82,159.62  ล้านบาท

      การขายชอร์ตที่เพิ่มขึ้นย่อมต้องมีการ ซื้อหุ้นกลับ หรือ Cover Short ตามมา ภายใต้ปัจจัยพื้นฐานที่ฟื้นตัว  มีปัจจัยเฉพาะบริษัทที่หนุนรายได้-กำไร รวมไปถึงนโยบายภาครัฐที่เอื้อต่อกลุ่มอุตสาหกรรม เป็นต้น

     “ธนรัตน์ อิศรกุล “ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)บัวหลวง จำกัด (มหาชน)  กล่าวถึงธีมลงทุนกรณีขายชอร์ตเดือนพ.ค. ที่เพิ่มขึ้นจากก่อนประกาศหุ้น  MSCI มูลค่าขายชอร์ตที่ 20,000 ล้านบาทขยับเพิ่มขึ้นอีก 30,000 ล้านบาท ช่วงสัปดาห์สุดท้าย ดังนั้นโอกาส Cover Short จึงมีสูงขึ้นส่วนจะปริมาณมากแค่ไหนขึ้นอยู่กับแนวโน้มการฟื้นตัสของตลาดหุ้น  กำไรไตรมาส 2 ปี 2567 กลับมาฟื้นตัว และประเด็นบวกเฉพาะบริษัท

      ลิสต์หุ้นธีม “Cover Short” หลังกระหน่ำ ‘ชอร์ต’ พ.ค.แสนล้าน

    กลุ่มหุ้นที่หากถูก cover short และจะมีแรงซื้อมหาศาล จากหุ้นที่ถูกขายชอร์ตมากที่สุดคือ MINT -AWC-AOT-BEM-BTS-GLOBAL-DELTA-GPSC-GULF และ MTC  มีหุ้นที่น่าสนใจคือ MINT- AWC –AOT เป็นต้น

    อีกกลุ่มหุ้นถูก short ต่อเนื่องแต่มีลุ้น cover short สูงจากปัจจัยพื้นฐาน ประกอบไปด้วย  CPALL-CPN-BEM-CK-GPSC และ MINT