background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

"นกแอร์" พลิกมีกำไรปี 66 ที่ 47.6 ล้านบาท รายได้ค่าโดยสารโตเด่นหลังพ้นโควิด

"นกแอร์" พลิกมีกำไรปี 66 ที่ 47.6 ล้านบาท รายได้ค่าโดยสารโตเด่นหลังพ้นโควิด

บมจ. สายการบินนกแอร์ (NOK) พลิกมีกำไรปี 66 ที่ 47.6 ล้านบาท จากงวดปี 65 ที่ขาดทุน 2,616.67 ล้านบาท ชี้สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายส่งผลดันจำนวนผู้โดยสารโตเป็น 4.5 ล้านคนในปีล่าสุด หนุนรายได้รวมแตะ 8,750.86 ล้านบาท สูงขึ้น 17.18% โดยเฉพาะในส่วนค่าโดยสารโตถึง 19.02%

ดร.วุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK  แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ผลประกอบการ 12 เดือน สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2566 มีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เท่ากับ 47,65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดปี 65 ที่ขาดทุน 2,616.67 ล้านบาท

จากสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่คลี่คลายลงและจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 4.4 ล้านคนในปี 2565เป็น 4.5 ล้านคนในปี 2566 ทำให้ธุรกิจสามารถสร้างรายได้หลักจากการขนส่งผู้โดยสารในอัตราเติบโตที่ก้าวหน้า ในขณะที่ค่าใช้จ่ายนั้นได้รับการควบคุมและบริหารอย่างเป็นระบบ ทำให้ต้นทุนค่าโดยสารและการให้บริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทยังคงอยู่ภายใต้แผนฟื้นฟูฯ โดยที่ผู้บริหารแผนได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูฯ อย่างเคร่งครัดตลอดเวลาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างยั่งยืน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมการบินบริษัทได้ทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและการดำเนินโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวมทั้งสิ้น 8,750.86 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 1,283.21 ล้านบาท หรือ 17.18% สาเหตุสำคัญเนื่องจากรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 1,217.66 ล้านบาท (19.02%) รายได้จากการบริการอื่นๆ เพิ่มขึ้น 106.12 ล้านบาท (17.30%) ซึ่งปีนี้เป็นปีที่สายการบินฟื้นตัวจากสถานการณ์โรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง 

สำหรับรายละเอียดในปี 2566 มีรายได้จากค่าโดยสารจำนวน 7,618.04 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.02 จากปี 2565 เนื่องจากราคาตั๋วโดยสารถัวเฉลี่ยต่อที่นั่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และด้วยกิจกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ 

ทำให้มีอัตราการเดินทางที่เพิ่มขึ้นโดยส่งผลให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 80.24 เป็นร้อยละ 82.20หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.43 และจำนวนเที่ยวบินลดลงจาก 34,224 เที่ยวบิน เป็น 31,167 เที่ยวบิน หรือลดลงร้อยละ 8.93

นอกจากนั้นการใช้เครื่องบินต่อลำยังเพิ่มขึ้นจาก 7.00 ชั่วโมงปฏิบัติการต่อวัน เป็น 7.10 ชั่วโมงปฏิบัติการต่อวันเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.43

รายได้จากการให้บริการในปี 2566 รายได้จากการให้บริการจำนวน 719.39 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.30 จากปีก่อนซึ่งเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนรายได้ค่าโดยสารตามจำนวนผู้โดยสาร โดยเฉพาะรายได้จากการโหลดสัมภาระ ,ค่าห้องรับรองพิเศษและ อาหาร, เครื่องดื่ม

ส่วนรายได้อื่นในปี 2566 รายได้อื่นจำนวน 413.43 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 7.94 จากปีก่อน เนื่องจากรายได้ที่เกิดจากการกลับรายการประมาณการหนี้ค่าซ่อมบำรุงเครื่องบิน ลดลงจากปีที่ผ่านมา

"นกแอร์" พลิกมีกำไรปี 66 ที่ 47.6 ล้านบาท รายได้ค่าโดยสารโตเด่นหลังพ้นโควิด

และจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 8,703.20 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 1,381.14 ล้านบาท (13.70%) ส่งผลให้บริษัทฯมีขาดทุนลดลงจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ และ มีผลกำไรสุทธิในปี 2566

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้น 3.14% ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 5.65% อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 82.20% สูงกว่าปีก่อนซึ่งเฉลี่ยที่ 80.24% และมีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 4.57 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.70%

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิสำหรับปี 2566 จำนวน 47.66 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ2,624.83 ล้านบาท หรือมีผลขาดทุนลดลง 2,672.49 ล้านบาท (-101.82%) โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 47.66 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.01 บาท ในขณะที่ปีก่อนขาดทุนต่อหุ้น 0.70 บาท

"นกแอร์" พลิกมีกำไรปี 66 ที่ 47.6 ล้านบาท รายได้ค่าโดยสารโตเด่นหลังพ้นโควิด