background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

BROOK จ้องขาย Digital Asset ไม่เกินหมื่นล้าน ผนึก บริษัทลาว ลุย Token Carbon Credit

BROOK จ้องขาย Digital Asset ไม่เกินหมื่นล้าน ผนึก บริษัทลาว ลุย Token Carbon Credit

บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป เปิดกำไร Q1/67 ที่ 683 ล้านบาท เพิ่ม 673% เทียบ Q1/66 ได้รับผลดีสินทรัพย์ที่ถือครองมูลค่ายุติธรรมพุ่ง พร้อมเผยแผนขายออกสินทรัพย์ดิจิทัลไม่เกินมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท โดยรอผู้ถือหุ้น ไฟเขียว 26 ก.ค.67 อีกทั้งล่าสุดลงนาม 2 บริษัท สปป.ลาว ร่วมมือลุยโทเคนคาร์บอนเครดิต

นายชาญ บูลกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BROOK แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า งบการเงินไตรมาสที่ 1 สิ้นสุด 31 มี.ค.2567 มีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เท่ากับ 683.87 ล้านบาท (กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.073 บาท) เพิ่มจากไตรมาส 1/2566 ที่มีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 88.41 ล้านบาท (กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.009 บาท)

ผลการดำเนินงานรวมของบริษัท และบริษัทย่อยไตรมาสที่ 1 ปี 2567 กำไรเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 673.43 เมื่อเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานงวดเดียวกันของปีก่อน เป็นผลสืบเนื่องจากสาเหตุใหญ่ๆ ได้แก่

รายได้รวมบริษัท และบริษัทย่อย มีรายได้รวมเป็น 768.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 171.66 ล้านบาท จำนวน 596.93 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 347.74 เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งรายได้รวมนี้ได้รวมถึงกำไรการวัดมูลค่าสินทรัพย์ที่ยังไม่เกิดขึ้น (Unrealized gain from trading securities) ด้วยราคายุติธรรม ณ สิ้นงวด เพิ่มขึ้นจำนวน 298.72 ล้านบาท
 

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อ 15 พ.ค.2567 ได้อนุมัติพิจารณาอนุมัติการทำรายการจำหน่ายสินค้าคงเหลือสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการและการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องมีการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติแผนการจำหน่ายสินทรัพย์นี้ด้วย กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1 / 2567 ในวันที่ 26 ก.ค.2567 เวลา 14.00 น. โดยเป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ด้าน นายวริศ บูลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายที่ปรึกษาวาณิชธนกิจ และกรรมการผู้จัดการฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัล BROOK เปิดเผยเพิ่มเติมว่า "ผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นยังไม่รวมมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นบางส่วนที่ยังไม่สามารถรับรู้เป็นกำไรทางบัญชีอีก 760 ล้านบาท โดยมีรายได้จาก โปรเจกต์เหรียญ ICO ต่างๆ ที่ได้รับจากบริการ Launch pool ของ Binance Global และผลตอบแทนจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในกองทุน Venture Capital"

สำหรับแผนงานในปี 2567 บริษัทให้ความสำคัญกับตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ที่เห็นว่ายังมีแนวโน้ม และทิศทางที่ดี ตลอดจนพัฒนาต่อยอดและหาเครื่องมือ AI ที่เหมาะสมกับคนไทยและธุรกิจไทย ปรับ UX/UI เพื่อใช้งานง่ายขึ้นและช่วยให้เกิดการใช้งานในวงกว้างภายในประเทศไทย

ล่าสุดบริษัท มีแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในธุรกิจ Carbon Credit โดยกำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจา และเตรียมจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture Company) กับพันธมิตรในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อนุมัติให้บริษัท ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding - MOU) ระหว่างบริษัท CHALEUN SEKONG CARBON COMPANY LIMITED และ SENDEE PHANA COMPANY LIMITED

ซึ่งทั้ง 2 บริษัทจัดตั้งขึ้นในประเทศลาว (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว: สปป.ลาว) เพื่อนำไปสู่การสร้าง Carbon Credit Blockchain Ecosystem ผ่านการใช้เทคโนโลยี Web3 เพื่อสร้างความยั่งยืน (Sustainable Ecosystem) ในรูปแบบ Global Scale มีเป้าหมายที่จะผลักดันให้บริษัททั่วโลกใส่ใจในสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น และเตรียมปรับแนวทางธุรกิจให้การปล่อยก๊าซ Co2 เป็น Net Zero เพื่อสอดรับกับแนวคิดของ ESG ในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัท อยู่ระหว่างการศึกษา และพิจารณาเพื่อปรับสัดส่วนของสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีอยู่ตามความเหมาะสมเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท และผู้ถือหุ้น โดยจะมีงบประมาณต่อยอดธุรกิจที่ปรึกษาครบวงจร และงบประมาณในการพัฒนาธุรกิจ Blockchain ใน Web 3.0
 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์