MORE พลิกมีกำไร Q1/67 ที่ 6.4 ล้านบาท เพิ่มนับ 568% จากฐานติดลบ

MORE พลิกมีกำไร Q1/67 ที่ 6.4 ล้านบาท เพิ่มนับ 568% จากฐานติดลบ

บมจ. มอร์ รีเทิร์น (MORE) มีกำไร Q1/67 ที่ 6.4 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน ขณะที่รายได้หลักทำได้ 18.7 ล้านบาท รายได้อื่น 11.6 ล้านบาท ส่วนการติดตามหนี้สิน 7 บริษัทยังไม่บรรลุภารกิจ ตั้งสงสัยหนี้สูญไปแล้ว 2 และอีกก้อนใหญ่สุดต้น 169.7 ล้านบาท รู้กำหนดทวงคืน Q2/68

นางสาววรรณิศา ศรีสุไชย ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) (MORE) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงผลการดำเนินงาน และฐานะการเงินรวมของบริษัท และบริษัทย่อย ประจำไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2567 เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันปีก่อนหน้าว่า 

สำหรับผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2567  มีกำไรสุทธิของงบการเงินรวม จำนวน 6.49 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 21.35 ของรายได้รวม เมื่อเปรียบเทียบกับงวดก่อน โดยบริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 7.88 ล้านบาท หรืออัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 568.18 เนื่องจาก (1) กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรม – หลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นจำนวน 6.23 ล้านบาท (2) รายได้จากการจำหน่ายน้ำประปาเพิ่มขึ้นจำนวน 3.91 ล้านบาท และ (3) ผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นจำนวน 2.50 ล้านบาท

ในงบการเงินรวม บริษัทมีรายได้หลักจากการประกอบธุรกิจ รวมเป็นจำนวน 18.73 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย (1) รายได้จากส่วนงานบริการ จำนวน 0.38 ล้านบาท (2) รายได้ส่วนงานสาธารณูปโภค จำนวน 18.35 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.03 และ 97.97 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับงบการเงินของงวดก่อน บริษัทมีรายได้รวมทุกส่วนงานเพิ่มขึ้นจำนวน 4.00 ล้านบาทหรืออัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.13 เนื่องจากบริษัทมีรายได้ส่วนงานสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้นจำนวน 3.91 ล้านบาทหรืออัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.10 จากการจำหน่ายน้ำประปาที่เกาะเสม็ดที่มีปริมาณนักท่องเที่ยว และปริมาณการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น

รายได้อื่นของงบการเงินรวมสำหรับไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2567 จำนวน 11.67 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงบการเงินงวดก่อน พบว่ารายได้อื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 8.40 ล้านบาท หรืออัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 256.87 ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นมาจาก (1) กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรม – หลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นจำนวน 6.23 ล้านบาท และ (2) ผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นจำนวน 2.50 ล้านบาท

โดยบริษัทมีสินทรัพย์รวมในงบล่าสุด 1,451.52 ล้านบาท มีหนี้สินรวม จำนวน 83.58 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น จำนวน 1,367.94 ล้านบาท  

ด้านการติดตามภาระหนี้คงค้างได้แก่
บริษัท ไพร์มไทม์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (PTE) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 มียอดหนี้คงเหลือ ประกอบด้วย เงินต้น 31.62 ล้านบาท และดอกเบี้ย 12.97 ล้านบาท (ณ 31 ธันวาคม 2566 มียอดหนี้คงเหลือ 31.62 ล้านบาท และดอกเบี้ย 12.97 ล้านบาท) เนื่องจากปัจจุบัน PTE ไม่ได้ดำเนินธุรกิจ และ สถานะทาง กรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ เป็น “บริษัทร้าง” ทำให้ยังไม่มีแผนการชำระหนี้
เงินให้กู้ยืมดังกล่าว บริษัทได้มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ครบถ้วนแล้ว โดยคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารหาแนวทาง และชี้แจง ความคืบหน้าในการประชุม ทั้งนี้บริษัทจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ภาระหนี้คงค้างของบริษัท มอร์ เน็ทเวิร์ค แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (MNE) สัดส่วนการถือหุ้น 99.99%
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 มียอดหนี้คงเหลือ ประกอบด้วย เงินต้น จำนวน 109.95 ล้านบาท และดอกเบี้ยค้างชำระจำนวน 21.18 ล้านบาท (ณ 31 ธันวาคม 2566 มียอดหนี้เงินต้น และดอกเบี้ยค้างชำระจำนวน 109.95 ล้านบาท และ 19.59 ล้านบาท ตามลำดับ) โดย MNE ยังไม่มีแผนการชำระหนี้ดังกล่าว ทั้งนี้ในระหว่างปี 66 บริษัท MNE เริ่มมีการทยอยจ่ายชำระดอกเบี้ยค้างจ่ายบางส่วน ซึ่งการให้กู้ยืมเงินดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียน และช่วยเหลือทางการเงินในบริษัทย่อยสำหรับการดำเนินงานโครงการน้ำประปาเงินให้กู้ยืมดังกล่าวบริษัทยังได้มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญแล้วบางส่วน 

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารติดตาม และชี้แจงความคืบหน้าในการประชุมทุกไตรมาส

ภาระหนี้คงค้างของบริษัท บริษัท มอร์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด สัดส่วนการถือหุ้น 99.99%
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 มียอดหนี้คงเหลือ ประกอบด้วย เงินต้น จำนวนรวม 4.47 ล้านบาท และดอกเบี้ยค้างชำระจำนวน 6.41 ล้านบาท (ณ 31 ธันวาคม 2566 มียอดหนี้เงินต้น และดอกเบี้ยค้างชำระจำนวนรวม 29.47 ล้านบาท และ 4.15 ล้านบาท ตามลำดับ) โดยบริษัท มอร์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งการให้กู้ยืมเงินมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนชั่วคราว ทั้งนี้ในระหว่างงวดบริษัท มอร์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้มีการจ่ายชำระหนี้เป็นจำนวน 25.00 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเงินให้กู้ยืมดังกล่าวบริษัทยังไม่ได้มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารติดตาม และชี้แจงความคืบหน้าในการประชุมทุกไตรมาสสำหรับสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับบริษัทที่ไม่เกี่ยวข้อง ที่ทางบริษัทคงค้างจ่ายชำระเงินส่วนที่เหลือเป็นจำนวน 8 ล้านบาท และยังมิได้รับโอนกรรมสิทธิ์ เนื่องจากทางคณะกรรมการบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่า ที่ดินบริเวณดังกล่าวปัจจุบันเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ในการจอดรถของอาคารชุดบ้านสวนจตุจักร ซึ่งรวมอยู่ในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และจะมีการพิจารณาดำเนินการในเรื่องดังกล่าวไปพร้อมกับโครงการพัฒนาฯ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากกระแสข่าวของ MORE ทำให้ผู้สนใจร่วมลงทุน และนักลงทุนต่างขอชะลอการลงทุนออกไปก่อน

ภาระหนี้คงค้างของบริษัท บริษัท มอร์ แดน เอ็นเตอร์เทน จำกัด สัดส่วนการถือหุ้น 51.00% ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 มียอดหนี้คงเหลือ ประกอบด้วย เงินต้น จำนวนรวม 183.73 ล้านบาท และดอกเบี้ยค้างชำระจำนวน 8.09 ล้านบาท (ณ 31 ธันวาคม 2566 มียอดหนี้เงินต้นจำนวนรวม 163.73 ล้านบาท และดอกเบี้ยค้างชำระ จำนวน 7.97 ล้านบาท) โดยบริษัท มอร์ แดน เอ็นเตอร์เทน จำกัด ดำเนินการกู้ยืมเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนชั่วคราวในการบริหารจัดการงานแสดงคอนเสิร์ต ทั้งนี้เงินให้กู้ยืมดังกล่าวบริษัทยังได้มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญแล้วบางส่วน 

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารติดตาม และชี้แจงความคืบหน้าในการประชุมทุกไตรมาส

ภาระหนี้คงค้างของบริษัท ดีเอ็นเอ เฟรชแอร์ จำกัด (DNF) สัดส่วนการถือหุ้น 49.99% ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 มียอดหนี้เงินต้นจำนวนรวม 51.15 ล้านบาท และดอกเบี้ยค้างชำระ จำนวน 22.43 ล้านบาท (ณ 31 ธันวาคม 2566 มียอดหนี้เงินต้นจำนวนรวม 51.15 ล้านบาท และดอกเบี้ยค้างชำระ จำนวน 22.43 ล้านบาท) โดย DNF ยังไม่มีแผนการชำระหนี้ดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันบริษัทไม่ได้ดำเนินธุรกิจ การให้เงินกู้ยืมดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามสัดส่วนการถือหุ้นเนื่องจากบริษัทเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ DNF เป็นหลัก โดยการให้กู้ยืมเงินมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปลงทุนในโครงการติดตั้งสื่อโฆษณาในสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2557 - ปี 2558 เงินให้กู้ยืมดังกล่าวบริษัทได้มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ครบถ้วนแล้ว โดยคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารหาแนวทางและชี้แจงความคืบหน้าในการประชุมทุกไตรมาส ทั้งนี้บริษัทจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ภาระหนี้คงค้างของบริษัท มอร์ มันนี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด สัดส่วนการถือหุ้น 49.99% 
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 มียอดหนี้เงินต้นจำนวนรวม 169.73 ล้านบาท และดอกเบี้ยค้างชำระ จำนวน 2.45 ล้านบาท(ณ 31 ธันวาคม 2566 มียอดหนี้เงินต้นจำนวนรวม 149.37 ล้านบาท และดอกเบี้ยค้างชำระ จำนวน 2.41 ล้านบาท) วัตถุประสงค์เพื่อนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการจัดทำคอนเสิร์ต Rolling Lound รวมถึงเงินมัดจำค่าสิทธิจำนวน 50 ล้านบาทที่บริษัท มีการเรียกเก็บกับบริษัทร่วมถือเป็นต้นทุนในการจัดทำคอนเสิร์ต

อย่างไรก็ตามผลประกอบการของบริษัทร่วมในการจัดคอนเสิร์ต Rolling Lound ครั้งนี้มีผลขาดทุน ซึ่งบริษัทร่วมยังไม่มีกระแสเงินสดเพียงพอต่อการชำระเงิน ทั้งนี้เงินให้กู้ยืมดังกล่าวบริษัทยังได้มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญแล้วเต็มจำนวนในการจัดคอนเสิร์ตในปีแรก ส่วนยอดเพิ่มขึ้นในระหว่างงวดเป็นการจัดคอนเสิร์ตในปีที่ 2 หากมีผลประกอบการที่ดี และมีกระแสเงินสดรับที่เพียงพอ ทางบริษัทร่วมจะสามารถจ่ายชำระหนี้ที่คงค้างคืนได้ซึ่งคาดว่าจะทราบแผนการชำระเงินภายหลังโครงการคอนเสิร์ต Rolling Loud Thailand 2024 เสร็จสิ้น และคาดว่าจะรับรู้รายได้ภายใน ไตรมาส 2/2568 

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารติดตามและชี้แจงความคืบหน้าในการประชุมทุกไตรมาส ความคืบหน้าการรับชำระหนี้เป็นแร่ไพโรลูไซต์จากบริษัท เมย์พลัส 2005 จำกัด ซึ่้งบริษัทได้ฟ้องร้องเมย์พลัสเนื่องจากผิดสัญญาจะซื้อจะขายแร่กรองน้ำไพโรลูไซต์ 

ทั้งนี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2566 บริษัทและเมย์พลัสตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยเมย์พลัสยอมชดใช้เงินคืนให้แก่บริษัท 20 ล้านบาท ซึ่งบริษัทยอมรับชำระเป็นแร่แทนภายในวันที่ 31 มกราคม 2567
ต่อมาบริษัทได้รับเอกสารจากคู่สัญญาให้ดำเนินการตรวจสอบ และส่งมอบแร่ไพโรลูไซต์ร่วมกันภายในวันที่ 15 เมษายน 2567 แต่เนื่องจากวันที่ 11-16 เมษายน 2567 เป็นวันหยุดต่อเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ บริษัท จึงทำหนังสือขอเลื่อนการตรวจสอบและรับ-ส่งมอบแร่ไพโรลูไซต์ เป็นวันที่ 23 เมษายน 2567 
ปัจจุบันทีมงานของทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจรับและส่งมอบแร่ไพโรลูไซต์ระหว่างกันภายในไตรมาส 2/2567
 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์