JKN เปิดไทม์ไลน์แก้ไขฟื้นฟูกิจการ โดย 23 เม.ย.67 นี้ ศาลนัดฟังคําสั่งฟื้นฟู และตั้งผู้ทําแผน ส่วนขั้นตอนดำเนินการตามแผนคาดเป็นม.ค.68 ปีหน้า
นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ JKN เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า สืบเนื่องจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ขึ้นเครื่องหมาย CB และ CS บนหลักทรัพย์ของบริษัท เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านธุรกิจ อีกทั้งผู้สอบบัญชีออกงบ และไม่แสดงความเห็นแบบปกตินั้น บริษัทมีแนวทางการแก้ไขปัญหา ดังนี้
1. การพิจารณาคดีของศาลล้มละลายกลาง มีความคืบหน้าดังนี้
- บริษัท ยื่นคําร้องขอเข้าแผนฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 โดยศาล รับคําร้องฯ ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 และบริษัท เข้าสู่สภาวะการพักชําระหนี้ทั้งหมดของบริษัท (Automatic Stay) ไปจนกว่าศาลจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น
- กําหนดการของศาลในครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2567 จําเป็นต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 5 มีนาคม 2567 เนื่องจากทนายของฝ่ายบริษัท ป่วยไม่สามารถมาศาลได้
- วันที่ 5 มีนาคม 2567 ศาลได้ไต่สวนพยานทุกฝ่าย คดีเสร็จการไต่สวน
- ศาลนัดวันฟังคําสั่งในวันที่ 23 เมษายน 2567
2. การเตรียมแผนฟื้นฟูกิจการ มีความคืบหน้าดังนี้
- ทีมที่ปรึกษากฎหมายได้ดําเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ของศาลในการพิจารณารับคําร้องขอเข้าแผนฟื้นฟูฯ ซึ่งได้ดําเนินการมาถึงขั้นตอนที่ 5 แล้ว (จาก 12 ขั้นตอน)
- ด้านแผนธุรกิจ และแผนการเงินอยู่ในระหว่างการจัดทําซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทันเวลาที่จะนําเสนอต่อศาล
- ในการเตรียมแผนฟื้นฟูฯ บริษัทได้แบ่งการทํางานออกเป็น 2 ส่วน
- ส่วนที่ 1 การดําเนินธุรกิจในประเทศ โดยมี 2 ธุรกิจหลักคือ Commerce และ Content ซึ่งจะใช้กระแสเงินสดในปัจจุบัน ประกอบกับการลดขนาดองค์กรให้เหลือเพียง 40 คน และเน้นการว่าจ้างบุคคลภายนอก (Outsource) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ จึงทําให้มีกระแสเงินสดเพียงพอ
- ส่วนที่ 2 การดําเนินธุรกิจในต่างประเทศ คือ Miss Universe ซึ่งในข้อตกลง ทางผู้ซื้อ คือLegacy Holding Group USA Inc. (“LHG”) จะเป็นผู้จัดหาเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital)ในการทํางานทั้งหมด ดังนั้น บริษัท จึงไม่ต้องใช้เงินในการสนับสนุนงานแต่อย่างใด
3. การปรับโครงสร้างธุรกิจ และองค์กร มีความคืบหน้าดังนี้
- โครงสร้างธุรกิจ : ดําเนินงานตามแผน 3 C คือ Content, Commerce และ Contest บริษัทได้เตรียมแผนงาน และประมาณการรายได้ในอนาคตเพื่อบรรจุเข้าแผนฟื้นฟูฯ เพื่อเสนอต่อศาลได้พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ จะมีแหล่งรายได้ที่สําคัญจากธุรกิจบริหารจัดการลิขสิทธิ์นางงามจักรวาล ซึ่งประกอบไปด้วย 10 ประเภทรายได้ (BASIC 10) ได้แก่
1) Franchise Fee รายได้จากค่าลิขสิทธิ์ในการจัดประกวดที่เรียกเก็บจากแต่ละประเทศในการจัดประกวดนางงามเพื่อหาตัวแทนเข้าร่วมประกวด Miss Universe, 2) Hosting Fee รายได้จากค่า License ที่เรียกเก็บจากประเทศที่เป็นเจ้าภาพจัดการประกวด 3) Production Fee รายได้จากการรับจ้างผลิตงานประกวด 4) Sponsorship Fee รายได้ที่เกิดจากผู้สนับสนุนการจัดการประกวด
5) Licensing & Merchandising Fee รายได้จากการจําหน่ายสินค้าหรือบริการ หรือให้สิทธิผลิตสินค้าหรือบริการภายใต้แบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าต่างๆ ของ MUO 6) Broadcast Fee รายได้จากการให้ License ในการเผยแพร่สัญญาณการจัดการประกวดในแต่ละประเทศ 7) Program & Fo rmat fees รายได้จากการให้สิทธิในการผลิตรายการ 8) Talent Management fee (รายได้จากการบริหารจัดการงานจ้างและงานบันเทิงที่เป็นผู้ครองตําแหน่ง 9) Ticket Sales รายได้จากการจําหน่ายบัตรเข้าชมการประกวดทั้งงาน Event และ 10) Travel Packages รายได้จากการดําเนินธุรกิจท่องเที่ยว
- โครงสร้างองค์กร : เตรียมการยุติธุรกิจที่ขาดทุน เตรียมขายธุรกิจที่ยังพอมีมูลค่า เตรียมการว่าบริษัทใดจะปิด และบริษัทใดจะดําเนินธุรกิจต่อ เพื่อนําเสนอต่อศาลพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ การขายหุ้น MUO ในสัดส่วนร้อยละ 50 ให้แก่ LHG นั้น เนื่องจาก ในการสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ระดับโลกสิ่งที่มีความจําเป็น และสําคัญเป็นอย่างยิ่งคือ ประสบการณ์ ฐานทุน และฐานธุรกิจ ตลอดจนสายสัมพันธ์ (Connection) โดยการดําเนินธุรกิจของ MUO นั้น จําเป็นต้องมีผู้ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่ง LHG มีความเหมาะสม มีศักยภาพทั้งทางด้านฐานะการเงิน รวมถึง International Connection ที่จะช่วยทําให้ MUO มุ่งสู่เป้าหมายที่วางไว้ภายใน 5 ปีได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ดีแม้จะทําให้บริษัท มีสัดส่วนการถือหุ้นลดลง แต่ขนาดของธุรกิจที่จะใหญ่ขึ้นภายใต้การร่วมมือครั้งนี้ บริษัทเชื่อว่ามีความคุ้มค่า
สำหรับขั้นตอน และกรอบระยะเวลาโดยประมาณ
1. บริษัทยื่นคําร้องขอเข้าแผนฟื้นฟูกิจการต่อศาล (8 พฤศจิกายน 2566)
2. ศาลมีคําสั่งรับคําร้อง และเข้าสู่สภาวะ Automatic Stay จนกว่าศาลจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น (9 พฤศจิกายน 2566)
3. ศาลจัดส่งคําร้องขอฟื้นฟูกิจการให้เจ้าหนี้ (พฤศจิกายน 2566)
4. ศาลนัดไต่สวนคําร้องการเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ (29 มกราคม 2567 : เลื่อน)
4.1 ศาลไต่สวนคําร้องการเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ (5 มีนาคม 2567)
5. ศาลนัดฟังคําสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ และตั้งผู้ทําแผน (23 เมษายน 2567)
6. ประกาศคําสั่งศาล และแต่งตั้งผู้ทําแผนในหนังสือพิมพ์ และราชกิจจานุเบกษา (ประมาณพฤษภาคม 2567)
7. เจ้าหนี้ดําเนินการยื่นคําร้องขอรับชําระหนี้ (ประมาณมิถุนายน 2567)
8. ผู้ทําแผนจัดทําแผนฟื้นฟูภายใน 3 เดือนนับจากวันโฆษณาคําสั่งตั้งผู้ทําแผน (ประมาณกันยายน 2567)
9. เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นําส่งแผนฟื้นฟูกิจการให้เจ้าหนี้ (ประมาณตุลาคม 2567)
10. เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดประชุมเจ้าหนี้ลงมติรับแผนฟื้นฟูกิจการ (ประมาณพฤศจิกายน 2567)
11. ศาลล้มละลายกลางพิจารณาคําสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ (ประมาณธันวาคม 2567)
12. ผู้บริหารแผนเริ่มดําเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ (ประมาณมกราคม 2568)
หมายเหตุ : กรอบระยะเวลาดําเนินการเป็นการประมาณการเบื้องต้น ภายใต้สมมติฐานที่ดีที่สุดและภายใต้กรณีที่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลังขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ ยืนยันว่า บริษัทฯ มีเจตนาที่ดีในการชําระหนี้สินให้แก่เจ้าหนี้ทุกฝ่าย โดยการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของบริษัท จะช่วยให้บริษัท แก้ไขปัญหาสภาพคล่องของบริษัท ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกฎหมายรองรับ และให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม อีกทั้ง บริษัทยังสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ในระหว่างที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อการแก้ไขปัญหาของบริษัท และเพื่อสร้างผลกําไรจากการดําเนินกิจการต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคง
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


