วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

แบงก์ตั้งสำรองเพิ่ม ‘ITD’ จนมุมเลื่อนจ่ายหนี้ นัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 17 ม.ค.

แบงก์ตั้งสำรองเพิ่ม ‘ITD’ จนมุมเลื่อนจ่ายหนี้ นัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 17 ม.ค.

แบงก์ตั้งสำรองเพิ่ม ‘ITD’ จนมุมเลื่อนจ่ายหนี้ นัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 17 ม.ค. ราคาหุ้น “กลุ่มแบงก์” ปิดตลาดร่วง นำทีมโดย “KBANK” ลง 2.94% รอง “SCB” 1.41%

วงการตลาดหุ้นกู้สะเทือนอีกครั้ง หลัง “ITD” เตรียมประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 17 ม.ค. นี้ เลื่อนไถ่ถอนไปอีก 2 ปี เพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25-0.50% “บล.ยูโอบี เคย์เฮียนฯ” ชี้เป็นการซื้อเวลา คาดธนาคารปล่อยกู้อาจต้องตั้งสำรองเพิ่ม 10-20% ด้าน "บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์“ มอง "5 แบงก์" อาจทยอยตั้งสำรองเพิ่ม 

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยปิดตลาดเย็นวันนี้ (8 ม.ค.) ปรับตัวลงลึกสุด 14.10 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1,418.45 จุด ลดลง 9.51% ด้วยมูลค่าซื้อขาย (วอลุ่ม) 42,143.31 ล้านบาท โดยหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) ส่วนใหญ่ปรับตัวลงตามทิศทางดัชนีฯ หุ้นไทย รวมทั้งประเด็นกรณีที่ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือ ITD เตรียมเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 17 ม.ค. นี้ เพื่อขออนุมัติเลื่อนไถ่ถอนหุ้นกู้ออกไปอีก 2 ปี และเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้อีก 0.25-0.50%

นำทีมโดย ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ปิดตลาด 154.50 บาท ลดลง -0.64% ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ปิดตลาดที่ 132 บาท ลดลง -2.94% บริษัท เอสซีบี เอกซ์ หรือ SCB ปิดตลาดที่ 105 บาท ลดลง -1.41% ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ BAY ปิดตลาดที่ 28.25 บาท ลดลง -0.88% ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ TTB ปิดตลาดที่ 1.63 บาท ลดลง -2.40% 

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลกับกรุงเทพธุรกิจว่า กรณี ITD เตรียมเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขออนุมัติเลื่อนไถ่ถอนยังคงมีความเสี่ยง โดยเห็นได้ชัดจากเจ้าหนี้ใหญ่ 2 กลุ่ม คือ 1.เจ้าหนี้สถาบันการเงิน และ 2.เจ้าหนี้หุ้นกู้ โดยหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในปีนี้มีด้วยกัน 3 ชุด รวมกันประมาณ 5,670 ล้านบาท โดยชุดแรกที่จะครบกำหนดประมาณ 2,000 ล้านบาท ถึงกำหนดชำระ 15 ก.พ. นี้ และหุ้นกู้อีก 2 ชุดรวมกันประมาณ 3,670 ล้านบาท จึงทำให้เกิดปัญหาหากมีการผิดนัดชำระหุ้นกู้ชุดใดชุดหนึ่ง จะทำให้เกิดการ Cross-Default ได้ ทั้งนี้หุ้นกู้ทั้งหมดที่ ITD มีคือประมาณ 14,555 ล้านบาท

ทั้งนี้ มองสถานการณ์ ITD ค่อนข้างเหนื่อย และเป็นการซื้อเวลามากกว่าการแก้ไขปัญหาแบบจริงจัง เนื่องจากเงินที่ขาดคือจำนวน 2,000 ล้านบาท แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่ไม่มาก แต่การแก้ไขปัญหาไม่ใช่แค่เงิน 2,000 ล้านบาท แต่มีจำนวนที่มากกว่านี้ที่จะเข้ามาช่วยหุ้นกู้ในชุดอื่น ๆ ด้วย

ขณะที่ ในฝั่งธนาคารพาณิชย์ที่มีการปล่อยเงินกู้ให้นั้นอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวด้วย และอาจจะมีกาตตั้งสำรองเผื่อ แต่จะเป็นการทยอยตั้งในลักษณะที่การตั้งสำรองเผื่อบางส่วนประมาณ 10-20% โดยไม่ได้เป็นการตั้งสำรองตามเกณฑ์ โดยปัญหาดังกล่าวอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ไปกดดันผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารได้

แม้ว่าต่อให้ผู้ถือหุ้นกู้ยอมที่จะเลื่อนกำหนดชำระหนี้แล้ว ก็อาจจะเป็นหุ้นกู้แค่ชุดที่จะครบกำหนดในปีนี้เท่านั้น แต่ในปี 2568 จะมีเงินก้อนใหญ่อีกประมาณ 6,000 ล้านบาท ฉะนั้น จึงมองว่า ITD เป็นการซื้อเวลามากกว่า

“ถ้าสามารถเลื่อนระยะเวลาไปได้ ซื้อเวลาไปได้นานมากพอ จนกระทั่งตลาดตราสารหนี้กลับมาเป็นปกติ และ ITD สามารถรีไฟแนนซ์หรือหาพาร์ตเนอร์ใหม่เข้ามา อาจจะแก้ไขสถานการณ์ได้ แต่มองว่าการคาดหวังเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถ้าหากย้อนกลับไปดูหุ้นกู้ชุดหลัง ๆ ของ ITD หลายตัวดอกเบี้ยอยู่ที่ 5.5% ซึ่ง ITD มีกำไรขั้นต้นจากการดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ที่ 3-4% ทำให้ไม่สามารถไปจ่ายดอกเบี้ยได้เลย”

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังมีความเสี่ยงอื่น ๆ ที่เกิดจากระยะเวลาของการทำธุรกิจ เช่น การขึ้นค่าแรง หรือการที่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้น เพราะฉะนั้นจึงมองว่า เป็นภาวะที่เหนื่อยพอสมควรสำหรับหุ้น ITD แม้ว่าจะไม่ได้เกิดการการผิดนัดชำระหนี้ (Default) ก็ตาม ซึ่งผู้ถือหุ้นไม่มีทางเลือก อาจจะต้องยอมให้มีการเลื่อนการชำระหนี้ไปได้ ดีกว่าเป็นการบีบให้ผิดนัดชำระหนี้

ทั้งนี้ ยังไม่เห็น ITD มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างที่จะให้บริษัทกลับมาอยู่ในจุดที่จะสามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอจริงจัง ณ ปัจจุบันหนี้สินของ ITD ต่อทุนอยู่ที่ประมาณ 9 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูง หากเทียบกันกับหุ้นรับเหมาก่อสร้างอื่น ๆ

ดังนั้น มองว่า ITD มีโอกาสที่จะขออนุมัติได้แต่เป็นการซื้อเวลามากกว่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะการมีหนี้เยอะ ๆ แบบนี้ปัญหาที่จะเปลี่ยนได้คือต้องทำให้หนี้ลดลง และมีฐานทุนเพิ่มขึ้นไม่ว่าเป็นการเพิ่มทุน หรือการแปลงหนี้เป็นทุนก็ยังไม่สามารถทำได้ง่าย

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากกรณี ITD เตรียมจะขอผู้ถือหุ้นกู้เลื่อนจ่ายเงินต้นที่จะครบกำหนดในกลางเดือน ก.พ. นี้ ออกไปอีกอย่างน้อย 2 ปี สำหรับหุ้นกู้ทุกรุ่นโดยมองในการประชุมครั้งนี้ผู้ถือหุ้นกู้ก็คงต้องยอมไปก่อน

ขณะที่ธนาคารที่ปล่อยเงินกู้ให้กับ ITD ปัจจุบันประมาณ 4-5 แห่ง อาจจะยังมีการตั้งสำรองเพิ่มได้ และส่งผลให้ผลการดำเนินงานในไตรมาสมาสถัดไปลดลงไปด้วย ซึ่งมอง ITD อาจจะขาดสภาพคล่องระยะสั้น ซึ่งในอดีต ITD ก็เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วในการขอเลื่อนชำระหนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง

“ยังคงต้องลุ้นว่าเจ้าหนี้จะยอม และยังคงมีความเสี่ยงอยู่ และมองว่าใน 5 แบงก์ที่มีการปล่อยเงินกู้ให้นั้นอาจจะต้องมีการตั้งสำรองเผื่อไว้ด้วย”