“หุ้นไทยวันนี้” ปิดตลาดเช้านี้ (22 พ.ย.66) เวลา 12.30 น.ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,409.66 จุด ปรับตัวลดลง 13.95 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.98% มูลค่าการซื้อขาย 19,030.28 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,423.07 จุด และทำจุดต่ำสุด 1,407.37 จุด
5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- AOT ปิดที่ 66.25 บาท ลดลง 1.49%
- BBL ปิดที่ 151.00บาท ลดลง 0.66%
- DELTA ปิดที่ 80.75 บาท ลดลง 3.87%
- PTT ปิดที่ 34.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
- BH ปิดที่ 223.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นไทย ช่วงเช้าปรับลงตามตลาดหุ้นภูมิภาค หลังจากตลาดกลับมากังวลรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่าถ้าเงินเฟ้อไม่ลง หรือลงช้า เฟดอาจจะต้องขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นเรื่องเดิมที่กลับมากดดันอีกครั้ง
อีกทั้ง ตลาดหุ้นไทย เผชิญแรงขายของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง และไม่มีเม็ดเงินลงทุนใหม่เข้ามา โดยจะเห็นว่ามูลค่าซื้อขายเบาบางมากอยู่ที่แค่ 3 หมื่นล้านบาท/วัน ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ จากปกติอยู่ที่ราว 4-5 หมื่นล้านบาท/วัน และยังเจอปัจจัยลบจากที่ทางการจับตาเข้มงวด Naked Short Sell ทำให้ธุรกรรม Short และ Cover Short หายไปมาก เพราะนักลงทุนกังวล ส่งผลให้วอลุ่มหดหายไปราวหมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม มองว่า ประเด็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเพื่อกดเงินเฟ้อ ไม่ได้น่ากังวลมากนัก เพราะตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐชะลอตัว ส่วนราคาน้ำมันไม่น่าปรับขึ้นแรง เพราะคาดว่าในการประชุมกลุ่มโอเปกที่จะพิจารณาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันนั้น ซาอุดีอาระเบีย ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ไม่น่าจะปรับลดกำลังการผลิตลงได้มากแล้ว
ขณะที่ช่วงบ่ายให้แนวรับ 1,405 จุด แนวต้าน 1,425 - 1,430 จุด แนะเล่นเทรดสั้นรอเม็ดเงินใหม่จากกองทุน TESG ต้นธ.ค.
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์




