JPMorgan ฟันธง Q4/66 หุ้นไทยไปต่อ อานิสงส์หุ้น Defensive พยุง แม้เศรษฐกิจโลกป่วน

JPMorgan ฟันธง Q4/66 หุ้นไทยไปต่อ อานิสงส์หุ้น Defensive พยุง แม้เศรษฐกิจโลกป่วน

"เจพีมอร์แกน" ฟันธงไตรมาส 4 / 2566 ตลาดหุ้นไทยยังเพอร์ฟอร์มได้ดีต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนรวมทั้งสงครามอิสราเอล อานิสงส์หุ้น Defensive พยุง

ท่ามกลางความปั่นป่วนของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนจากสงครามระหว่างกลุ่มติดอาวุธฮามาส และประเทศอิสราเอล ส่งผลให้ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ปรับตัวผันผวน อย่างไรก็ตามเจพีมอร์แกน (JPMorgan) ออกบทวิเคราะห์ถึงตลาดหุ้นไทย ฉบับวันที่ 9 ต.ค.66 ว่า

ที่ผ่านมาดัชนีฯ เผชิญความเสี่ยงจำนวนมากทั้ง ฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่ไหลออก เงินบาทที่อ่อนค่าลง จำนวนนักท่องเที่ยวที่ไม่เป็นไปตามเป้า รวมทั้งความไม่แน่นอนทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม เจพีมอร์แกนยังเชื่อว่าหุ้นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากปัจจัยรอบข้าง (Defensive Stocks) ยังช่วยพยุงสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยไว้

นักลงทุนต่างชาติเเห่ซื้อหุ้นโรงพยาบาลและขายหุ้นแบงก์

เรายังคงเชื่ออย่างต่อเนื่องว่าตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 4 จะสามารถเอาชนะความปั่นป่วนจากปัจจัยรอบข้างได้ เนื่องจากสถานการณ์ของเศรษฐกิจจีนที่มั่นคงมากขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการปรับปรุงบัญชีเดินสะพัดช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 (1H24) ที่ดียิ่งขึ้น

 

ที่สำคัญเราคาดว่าเจพีมอร์แกน ระบุว่า หุ้นกลุ่มพลังงานจะได้รับอานิสงส์จากวงจรซูเปอร์ไซเคิลของน้ำมัน (Emerging Oil Supercycle) โดยหุ้น Top Picks ได้แก่ CPALL PTTEP TOP ADVANC CPN CRC BH BDMS KBANK KTB และ AOT

หุ้นกลุ่มพลังงาน

ประเด็นที่ต้องติดตาม

  1. ช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมากองทุนในประเทศเพอร์ฟอร์มเหนือตลาด

ผู้จัดการกองทุนประเทศไทยปรับลดการจัดสรรเงินสดลงเหลือ 9.3% ในเดือนส.ค. โดยยังคงตำแหน่งในหุ้นกลุ่ม Defensive อยู่สัดส่วนเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มสุขภาพ (Health) เพิ่มมากที่สุดถึง 1.9%

ขณะที่ปรับลดหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ลง 0.4% สำหรับหุ้นรายตัว ผู้จัดการกองทุนลดการถือครองหุ้น BBL CPALL GULF และ WHA และเพิ่มสัดส่วน SCB และ JMT ขึ้นมาเล็กน้อย

  1. เงินทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง

ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 616 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 22,792 ล้านบาท) เป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันท่ามกลางค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้น โดยเม็ดเงินที่ไหลเข้ากลุ่มธนาคารพาณิชย์ในเดือนก.ย. ยังคงตัว ซึ่งเป็นผลมาจากแรงขายหุ้น SCB และ KBANK ขณะที่แรงขายที่มากที่สุด และชัดเจนที่สุดมาจาก DELTA  AOT  BTS และ CRC

  1. เศรษฐกิจจีนเริ่มมั่นคงนับเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

นักวิเคราะห์จากเจพีมอร์แกนปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจจีนขึ้นมา โดยคาดว่าใน Q3 และ Q4 จะโตอยู่ที่ 5.3% และ 4.9% ตามลำดับเมื่อคิดเป็นรายไตรมาส (ก่อนหน้านี้มองว่าจะอยู่ที่ 4.1% และ 4.5%) รวมทั้งอานิสงส์จากการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย

อ้างอิง

บทวิเคราะห์หัวข้อ "Thailand Equity Strategy" ฉบับวันที่ 9 ต.ค.2566

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์